Posted on Leave a comment

นิ่วมีกี่ชนิด อันตรายไหม อาการ สาเหตุ และวิธีการสลายนิ่ว

หากพูดถึง โรค สิ่งแรกที่เรานึกถึงคือ สิ่งที่เป็นภัยอันตรายกับร่างกายของเรา เช่นเดียวกับโรคนิ่ว เป็นโรคที่อันตรายเหมือนกับโรคอื่นๆ ถึงแม้ไม่เป็นอันตรายถึงชีวิต แต่ก็ทำให้เราไม่สามารถทนต่ออาการเจ็บได้ ยิ่งไว้นานเท่าไร อาการเจ็บปวดก็ยิ่งเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ จนต้องผ่าตัดเอาก้อนนิ่วออก บางคนต้องเสียอวัยวะสำคัญในร่างกายไป เพื่อทำการรักษาโรคนิ่วให้หายดี

จะเห็นได้ว่า โรคนิ่ว เป็นโรคชนิดหนึ่งที่เราไม่ควรมองข้ามไปโดยไม่ใส่ใจอะไรเลย สิ่งแรกที่ผมอยากจะถามคือ คุณรู้อะไรเกี่ยวกับโรคนิ่วบ้างไหม ? หากเรารู้ไม่มากพอ อยากให้ทำความเข้าใจเกี่ยวกับโรคนิ่วไว้ก่อนครับ เพราะจะช่วยให้เรารู้สาเหตุของการเกิดโรคนิ่วได้ จะได้ป้องกันการเกิดโรคนิ่วได้ทัน

วันนี้ผมจะมาพูดถึง นิ่วมีกี่ชนิด นิ่วแต่ละชนิดมีอาการอย่างไรและสาเหตุของการเป็นโรคนิ่วเกิดจากอะไรบ้าง รวมถึงวิธีการรักษานิ่วได้ด้วยวิธีไหนบ้าง มีดังนี้


นิ่วในไต

นิ่วมีกี่ชนิด รักษาด้วยวิธีไหนได้บ้าง

นิ่วในไต จะมีก้อนนิ่วขนาดเล็กมากจนเราไม่ทันสังเกตุเห็นเวลาขับปัสสาวะออกมา ซึ่งจะไม่เป็นอันตรายและไม่รู้สึกอาการเจ็บใดๆ เลย  ถ้าเกิดว่าก้อนนิ่วขนาดเล็กเหล่านั้นได้เคลื่อนตัวรอบๆ ไตหรือในท่อไต เป็นการเชื่อมต่อระหว่างไตและกระเพาะปัสสาวะ จะทำการสะสมจนกลายเป็นก้อนนิ่วในไตขึ้นมา โดยมักจะเกิดบริเวณไต ทำให้ผู้ป่วยรู้สึกมีอาการเจ็บปวดส่วนต่างๆ

อาการของนิ่วในไต

  • ปวดบริเวณหลังหรือช่องท้องด้านล่างข้างใดข้างหนึ่ง
  • ปวดบริเวณขาหนีบ
  • ปัสสาวะเป็นเลือด
  • ขับปัสสาวะรู้สึกเจ็บปวด
  • ขับปัสสาวะน้อย
  • ปวดปัสสาวะบ่อยครั้ง

สาเหตุของการเกิดนิ่วในไต

โดยส่วนใหญ่โรคนิ่วจะเกิดจากสารอาหารบางชนิดที่เราบริโภคเข้าไป จะเกิดการรวมตัวกันกลายเป็นก้อนนิ่วขึ้นมา โดยมีสารอาหารต่างๆ ดังนี้

  • แคลเซียม
  • กรดออกซาลิก
  • กรดยูริก

สารอาหารเหล่านี้มีประโยชน์ก็จริง แต่ถ้ารับปริมาณมากไปก็ส่งผลเสียต่อร่างกายได้เหมือนกัน โดยเฉพาะของเหลวในปัสสาวะมีน้อยกว่าสารอาหารเหล่านั้น จะละลายสารอาหารไม่ทันหรือไม่สามารถทำให้สารอาหารเหล่านั้นเข้มข้นน้อยลงได้ จึงเกิดการรวมตัวกัน จนกลายก้อนนิ่วขึ้นมาครับ

นิ่วในกระเพาะปัสสาวะ

นิ่วมีกี่ชนิด มีอาการอย่างไรบ้าง

นิ่วในกระเพาะปัสสาวะ เป็นนิ่วที่เกิดจากนิ่วในไตหรือท่อไตที่หลุดลงมาในกระเพาะปัสสาวะ แล้วได้สะสมจนกลายเป็นก้อนนิ่วในกระเพาะปัสสาวะ จากเดิมเป็นก้อนนิ่วที่มีขนาดเล็ก เมื่อเกิดกการสะสมก้อนนิ่วจะเพิ่มขนาดมากขึ้น กรณีที่เหล่านี้มักจะเกิดจากการขับถ่ายออกมาไม่หมด อาจทำให้ก้อนนิ่วบางส่วนยังติดอยู่กระเพาะปัสสาวะไม่ถูกขับออกมา เรามาดูอาการของนิ่วในกระเพาะปัสสาวะกันครับ ว่ามีอาการอะไรบ้าง?

อาการนิ่วในกระเพาะปัสสาวะ

  • ปัสสาวะผิดปกติ เช่น ปัสสาวะแสบขัด ปัสสาวะบ่อย ปัสสาวะออกมีเลือดปน
  • ปัสสาวะไม่ออกหรือปัสสาวะไหลๆ หยุดๆ ประมาณนี้
  • มีอาการไข้ เมื่อก้อนนิ่วไปเสียดสีกับผนังกระเพาะปัสสาวะหรือท่อปัสสาวะจนเป็นแผล อาจทำให้เกิดการติดเชื้อในระบบทางเดินปัสสาวะจนทำให้ผู้ป่วยมีอาการไข้ร่วมด้วย

สาเหตุที่ทำให้ปัสสาวะออกไม่หมด

  • ภาวะต่อมลูกหมากโตกีดขวางทางเดินปัสสาวะ
  • ท่อปัสสาวะตีบตัน
  • กระเพาะปัสสาวะทำงานผิดปกติ จนบีบตัวได้ไม่ดี
  • รับประทานอาหารบางชนิดมากเกินไป เช่น ยอดผัก เครื่องในสัตว์ เป็นต้น

นิ่วในถุงน้ำดี

เป็นโรคในระบบทางเดินน้ำดีที่พบบ่อยที่สุด ส่วนมากจะพบในผู้ใหญ่ที่มีอายุมากกว่า 40 ปี และจะพบในเพศหญิงมากกว่าเพศชาย นิ่วในถุงน้ำดี เกิดจากการตกตะกอนของหินปูนหรือคอเลสเตอรอลในน้ำดี ทำให้เกิดก้อนนิ่ว นิ่วในถุงน้ำดีเราจะแบ่งเป็น 2 ชนิด คือ นิ่วที่เกิดจากคอเลสเตอรอลและนิ่วที่เกิดจากเม็ดสีหรือบิลิรูบิน

นิ่วมีกี่ชนิด ชนิดไหนที่พบบ่อยที่สุด

นิ่วที่เกิดจากคอเลสเตอรอล เป็นชนิดที่เราจะพบได้บ่อยประมาณ 80% ของนิ่วในถุงน้ำดี จะมีลักษณะก้อนสีขาว สีเหลือง และสีเขียว จะเกิดต่อเมื่อมีคอลเลสเตอรอลเพิ่มสูงในถุงน้ำดีหรือเป็นการบีบตัวของกล้ามเนื้อในถุงน้ำดีมีสมรรภาพไม่เพียงพอ

นิ่วมีกี่ชนิด ชนิดไหนคนไทยเป็นบ่อยที่สุด

นิ่วที่เกิดจากเม็ดสีหรือบิลิรูบิน เป็นนิ่วที่มีขนาดเล็กกว่า มีสีที่คล้ำกว่านิ่วที่เกิดจากคอลเลสเตอรอล ส่วนใหญ่จะพบในโรคตับแข็งหรือจะเป็นผู้ป่วยที่มีอาการผิดปกติของเลือด อย่าเช่น โรคโลหิตจาง เป็นต้น

อาการของนิ่วในถุงน้ำดี

  • จะมีอาการปวดท้องอย่างรุนแรงในบริเวณช่วงท้องส่วนบนหรือด้านขวา
  • จะมีอาการคลื่นไส้และอาเจียน
  • อาการปวดทางเดินอาหาร อย่างเช่น ท้องเฟ้อ ท้องอืด แสบร้อนที่อก เป็นต้น
  • ถุงน้ำดีอักเสบ อาจมีอาการไข้ ตัวเหลือง ตาเหลือง ปัสสาวะมีสีเข้ม

สาเหตุการเป็นนิ่วในถุงน้ำดี

ยังไม่ได้ข้อมูลที่แน่ชัดว่า นิ่วถุงน้ำดีเกิดจากออะไร เป็นได้สูงว่า เกิดจากมีคอเลสเตอรอลและสารบิลิรูบิน ในถุงน้ำดีมีปริมาณมากเกินไป จนทำให้เกิดการตกตะกอนและกลายเป็นก้อนนิ่วในถุงน้ำดี

โรคนิ่วอันตรายไหม

นิ่วมีกี่ชนิด อันตรายไหม?

ขึ้นชื่อว่า โรค จะเป็นโรคไหนๆ ก็เป็นอันตรายกันทั้งนั้นครับ โรคนิ่วก็เช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นนิ่วในไต นิ่วในท่อปัสสาวะ นิ่วในถุงน้ำดี จะเป็นโรคนิ่วชนิดไหน ก็เป็นอันตรายต่อร่างกายของเราได้เหมือนกันครับ ถ้าเรารู้ว่าเรามีอาการคล้ายกับอาการของโรคนิ่ว เราควรรีบไปตรวจให้ชัดเจนทันที เพราะยิ่งเราปล่อยไปนานๆ ก้อนนิ่วอาจขยายขนาดเพิ่มขึ้น อาการของผู้ป่วยก็ยิ่งเป็นอันตรายมากขึ้นครับ

ลองคิดดูว่า ถ้าผู้ป่วยขับปัสสาวะออกมามีเลือดปนอยู่ เราคิดว่า “ควรปล่อยโดยไม่รับการรักษาต่อไปหรือไม่?” คงไม่ใช่เช่นนั้นแน่นอนใช่ไหมครับ เราต้องรีบทำการรักษาโดยทันที เพราะยิ่งปล่อยไปนานๆ อาการก็ยิ่งแย่ลงเรื่อยๆ จนทำการรักษาวิธีแบบธรรมดาทั่วไปไม่ได้ อาจต้องรับการผ่าตัด ซึ่งไม่มีใครที่อยากรักษาด้วยวิธีนี้

อีกกรณีหนึ่ง ผู้ป่วยคนหนึ่งเป็นโรคนิ่วในถุงน้ำดีและอาการหนักจนต้องตัดถุงน้ำดีออกไป อาการจะดีขึ้น ถึงแม้ว่าการตัดถุงออกไปจะไม่ส่งผลอะไรมากนัก แต่ก็ทำให้เราใช้ชีวิตแบบปกติแบบเดิมไม่ได้ เพราะถุงน้ำดีจะทำหน้าที่ย่อยสารอาหารพวกไขมัน ในเมื่อไม่มีถุงน้ำดีแล้ว ร่างกายของเราจะย่อยไขมันได้ไม่ดีเหมือนเคย เราจึงต้องเปลี่ยนอาหารการกินใหม่เลย ทั้งจำนวนมื้อ ปริมาณ และชนิดของอาหารที่จะกิน จะเห็นได้ว่า เราใช้ชีวิตได้ลำบากมากขึ้น ดังนั้น เราไม่ควรปล่อยละเลยโรคนิ่วไปเด็ดขาด เพราะจะทำให้ร่างกายได้รับอันตรายได้ครับ 

วิธีการรักษานิ่ว

เชื่อว่าหลายคนคงอยากจะรู้กันว่า วิธีรักษานิ่วมีวิธีไหนบ้าง  เพราะในปัจจุบันมีวิธีรักษานิ่วได้หลากหลายวิธี ไม่ได้มีวิธีการผ่าตัดนิ่วอย่างเดียว ยังมีทางเลือกการรักษานิ่ววิธีอื่นๆ ด้วย มาดูกันว่าจะมีวิธีรักษานิ่วด้วยวิธีไหนบ้าง ที่เป็นทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับเรา มาดูกันครับ

  • ดื่มน้ำให้มาก
    ผู้ป่วยที่มีอาการไม่หนักมากหรือก้อนนิ่วไม่ได้ใหญ่มากนัก สามารถรักษานิ่วด้วยการดื่นน้ำมากๆ เพื่อให้ผู้ป่วยขับปัสสาวะได้บ่อยๆ อาจช่วยให้ก้อนนิ่วหลุดออกมาพร้อมกับน้ำปัสสาวะได้
  • การรักษานิ่วด้วยสมุนไพรธนทร
    เป็นวิธีการรักษานิ่วได้ผลอีกหนึ่งวิธี สมุนไพรชนิดนี้เป็นยาสมุนไพรสลายก้อนนิ่วและเป็นยาบำรุงร่างกายด้วย เป็นวิธีที่อยากจะแนะนำก่อนจะทำการรักษาด้วยวิธีอื่นๆ เพราะสมุนไพรธนทรเคยช่วยผู้ป่วยที่เป็นโรคนิ่วมาแล้วหลายคน กินแล้วปลอดภัย ไม่มีผลข้างเคียงใดๆ ที่เป็นอันตรายกับร่างกายของเราเลย ลองใช้กันดูครับ
  • รักษาด้วยด้วยผ่าตัด
    เป็นวิธีคนส่วนใหญ่ไม่อยากทำการรักษาด้วยมากที่สุด เพราะเป็นวิธีที่เสี่ยงกว่าวิธีอื่นๆ การผ่าตัดมักถูกใช้เวลาตรวจพบก้อนิ่วที่มีขนาดใหญ่
  • รักษาด้วยการส่องกล้องในท่อปัสสาวะ
    วิธีนี้เป็นการตรวจดูด้านในของกระเพาะปัสสาวะและท่อปัสสาวะ เพื่อดูตำแหน่งของก้อนนิ่วอยู่ แล้ววินิจฉัยว่าจะแก้ปัญหาได้ด้วยวิธีไหนได้บ้าง จะได้เอาก้อนนิ่วออกโดยลดความเสี่ยงได้มากที่สุด วิธีนี้ก็มีความเสี่ยงอยู่เช่นกัน แต่จะน้อยกว่าการผ่าตัด
  • รักษาด้วยคลื่นกระแทก
    เป็นวิธีที่ทันสมัย โดยใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ามาช่วย ด้วยการใช้คลื่นทำให้เกิดแรงกระแทกไปที่ตำแหน่งของก้อนนิ่ว จนก้อนนิ่วแตกสลายไป กลายเป็นชิ้นเล็กๆ จนสามารถขับปัสสาวะออกมาได้ วิธีนี้ช่วยลดความเสี่ยงได้ แต่ก็มีค่าใช้จ่ายมากกว่าวิธีอื่นๆ

สรุป

จากที่ได้อ่านมา เป็นอย่างไรกันบ้างครับ คงได้รู้จักโรคนิ่วกันมากขึ้นใช่ไหมครับว่า นิ่วมีกี่ชนิด มีอาการอย่างไร สาเหตุมาจากอะไรบ้าง? อย่างที่ผมได้พูดไปว่า โรคนิ่วก็เป็นโรคที่อันตรายเช่นกัน จริงอยู่ว่าไม่เป็นอันตรายถึงชีวิต แต่ก็ทำให้ร่างกายของเราเสียหายหนักได้ บางคนต้องเสียอวัยวะไปเลย  ดังนั้นเราไม่ควรปล่อยให้โรคนิ่วเกิดขึ้นกับเราได้โดยเด็ดขาด สาเหตุการเกิดโรคนิ่วที่ผมกล่าวไปนั้น สามารถป้องกันการเกิดโรคนิ่วได้ดี แต่สำหรับคนที่เป็นโรคนิ่วอยู่แล้ว ก็ควรรีบทำการรั กษาโดยเร็วที่สุด เพื่อไม่ให้อาการของเราแย่ลง โดยเริ่มรักษาด้วยวิธีต่างๆ ซึ่งผมได้เตรียมไว้แล้ว สามารถเลือกได้เลยว่าจะรักษาด้วยวิธีไหน ถ้ารักษาแล้วอาการไม่ดีขึ้นเลย ควรไปพบแพทย์ทันทีครับ

บทความแนะนำ
“ ถ้าคุณไม่รู้จะรักษานิ่วด้วยวิธีไหน แนะนำ สมุนไพรธนทร เป็นการรักษานิ่วแบบง่ายๆ ที่ได้ผล มาดูกันว่าสมุนไพรชนิดนี้มีดียังไง ในบทความต่อไปนี้มีคำตอบ ”
ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *