Posted on Leave a comment

วิธีแก้ปัสสาวะขัด ด้วยสมุนไพรธนทร ขับออกมาได้โดยไม่ต้องผ่า

วิธีแก้ปัสสาวะขัด ด้วยสมุนไพรธนทร ขับออกมาได้โดยไม่ต้องผ่า

อย่างที่ทุกคนรู้ๆ กันดีว่า น้ำปัสสาวะเป็นของเสียในรูปแบบของเหลวที่ร่างกายขับถ่ายออกมาจากไต ด้วยผ่านกระบวนการกรองจากเลือดและขับออกมาทางท่อปัสสาวะ การที่ร่างกายของเราปัสสาวะบ่อยๆ ถือเป็นเรื่องที่ดี ที่จะช่วยขับสิ่งแปลกปลอมในร่างกายออกมา ซึ่งเป็นวิธีที่ดูแลสุขภาพร่างกายของเราได้ดีอย่างหนึ่ง ที่ช่วยให้เราออกห่างจากโรคภัยต่างๆ ได้

แต่ทุกอย่างมันไม่ได้ราบรื่นเสมอไป เพราะมีผู้ป่วยบางรายมีปัญหาปัสสาวะขัดอยู่ ซึ่งเป็นปัญหาต่อระบบขับถ่าย ถ้าปล่อยไปนานๆ โดยไม่รับการรักษาให้หาย อาจนำภัยหรือโรคต่างๆ ให้กับร่างกายของผู้ป่วยได้ ผมเลยมี วิธีแก้ปัสสาวะขัด  มาฝากสำหรับผู้ป่วยที่กำลังเจอปัญหาอยู่ตอนนี้ โดยที่เราไม่ต้องรับการผ่าตัด แต่ใช้สมุนไพรธนทรในการรักษาแทน เรามาดูกันว่าสมุนไพรชนิดนี้จะรักษาได้ยังไง เรามาดูพร้อมๆ กันครับ


ปัสสาวะขัด คืออะไร

วิธีแก้ปัสสาวะขัด ด้วยวิธีไหนบ้าง

หลายๆ คนอาจมีข้อสงสัยว่า ปัสสาวะขัด ต่างจากปัญหาอาการปัสสาวะด้านอื่นๆ ยังไง? โดยอาการปัสสาวะขัดนั้น จะเกิดได้ทั้งชายและหญิง แต่ส่วนมากจะพบในเพศหญิงเป็นส่วนใหญ่ โดยมีอาการเกิดจากการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ ในแต่ละครั้งเวลาปัสสาวะจะมีความรู้สึกเจ็บปวดหรือปวดแสบปวดร้อนเวลาปัสสาวะ ซึ่งเกิดจากการระคายเคืองหรือติดเชื้อที่เนื้อเยื่อบริเวณทางเดินปัสสาวะ ท่อปัสสาวะ หรือบริเวณใกล้ๆ กับอวัยวะเพศของผู้ป่วย เห็นอย่างนี้แล้วอาการเจ็บปวดไม่ใช่เล่นๆ เลยครับ จะทำให้ผู้ป่วยอยู่กับอาการเจ็บปวดอยู่ตลอดเวลา ไม่ใช่เรื่องดี หากปล่อยอยู่อย่างนี้ไปนานๆ อาจมีอาการร้ายแรงมากยิ่งขึ้นได้ครับ จึงจำเป็นต้องหาวิธีรักษาอาการเหล่านี้ทันที

อาการปัสสาวะขัด

การเกิดปัสสาวะขัดจะทำให้ผู้ป่วยมีอาการปวดปัสสาวะบ่อยๆ ถ้าคิดเป็นเวลา จะมีประมาณ 1-2 ชั่วโมง ในแต่ละครั้งเวลาปัสสาวะจะเกิดอาการปวดแสบขัด ถ้าเกิดมีอาการรุนแรงมากๆ อาจมีอาการอื่นๆ ร่วมด้วยครับ ได้แก่

  • ช่วงเวลานอนผู้ป่วยอาจมีอาการปวดปัสสาวะอยู่บ่อยๆ
  • ปัสสาวะในแต่ละครั้ง ขับออกไม่สุด ไหลๆ หยุดๆ
  • ปัสสาวะขุ่น
  • เวลาปัสสาวะต้องเบ่งอยู่ตลอดเวลา
  • ปัสสาวะอาจมีเลือดปนอยู่
  • จะปวดท้องน้อยเวลาปัสสาวะ

สาเหตุปัสสาวะขัด

เวลาปัสสาวะทีไรมักมีอาการปวดแสบทุกครั้งเลย ซึ่งทำให้ผู้ป่วยรู้สึกรำคาญใจอยู่ไม่น้อย โดยเฉพาะเวลาเป็นปัญหาเรื้อรัง ทำให้ผู้ป่วยจะแสดงอาการเจ็บปวดออกมาก ไม่ว่าจะเป็นอาการแสบปวดร้อนเวลาปัสสาวะ ระคายผิวหนัง ปวดปัสสาวะบ่อยๆ เป็นต้น ด้วยสาเหตุต่างๆ เป็นปัจจัยก่อให้เกิดอาการปัสสาวะขัด เรามาดูกันว่าสาเหตุที่ทำให้ปัสสาวะขัด มีอะไรบ้างมีดังนี้

  • กระเพราะปัสสาวะอักเสบเรื้อรัง
  • มีนิ่วในทางเดินปัสสาวะ
  • มีเนื้องอกในทางเดินปัสสาวะ
  • ชอบทำกิจกรรมต่างๆ ที่ส่งผลให้เกิดปัสสาวะขัด เช่น การขี่ม้าหรือปั่นจักรยานบ่อยๆ
  • การระคายเคืองจากเพศสัมพันธ์
  • เกิดจากผลข้างเคียงของการใช้ยาหรืออาหารเสริมบางชนิด
  • การเปลี่ยนแปลงของช่องคลอดที่เกี่ยวข้องกับวัยหมดประจำเดือน

การรักษาด้วยสมุนไพรธนทร

สำหรับผู้ป่วยที่ไม่อยากรับการผ่าตัด สมุนไพรธนทรสามารถรักษาอาการปัสสาวะขัดได้ เพราะสมุนไพรที่เราเลือกใช้ล้วนเป็นสมุนไพรชิ้นเลิศ จะเน้นการบำรุงภายในร่างกาย โดยเฉพาะโรคนิ่ว สามารถช่วยรักษาได้จริง เพราะผู้ป่วยส่วนใหญ่ให้คำยืนยันเองว่า ” หลังจากทานยาสมุนไพรธนทร ขับปัสสาวะได้ง่ายขึ้น ” เพียงแค่ขวดเดียวก็หายจากปัสสาวะขัดได้ สมุนไพรธนทรเราจะแยกเพศกัน ก็คือสมุนไพรสำหรับผู้ชายและสมุนไพรสำหรับผู้หญิง แนะนำให้เลือกตามเพศของผู้ป่วยด้วยครับ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการรักษาได้ดีมากขึ้น มาดูกันว่า สมุนไพรขวดไหนสำหรับผู้ชายและขวดไหนสำหรับผู้หญิง มีดังนี้

วิธีแก้ปัสสาวะขัด โดยไม่ต้องผ่าตัด สำหรับผู้หญิง

ธนทรเรด ยาสมุนไพรสำหรับผู้หญิง

วิธีแก้ปัสสาวะขัด โดยไม่ต้องผ่าตัด สำหรับผู้ชาย

ธนทรกรีน สมุนไพรสำหรับผู้ชาย

การป้องกันปัสสาวะขัด

วิธีแก้ปัสสาวะขัด แบบง่ายๆ ป้องกันปัสสาวะขัดได้ดี

ถ้าเราเป็นคนรักสุขภาพของตัวเองหรือเราเป็นห่วงสุขภาพของครอบครัว เราควรให้ความสำคัญกับการป้องกันภัยต่างๆ ที่เป็นอันตรายต่อร่างกายของเราหรือคนในครอบครับของเรา ปัสสาวะขัดก็เป็นภัยอันตรายต่อร่างกายของเราด้วยเช่นกัน ไม่อยากให้มองข้ามอาการนี้ไป เพราะยิ่งปล่อยไปนานๆ อาการก็จะยิ่งหนักขึ้นไปอีกครับ สิ่งที่สามารถหลีกเลี่ยงอาการเหล่านี้ได้ดีคือ การป้องกันปัสสาวะขัด ซึ่งเราสามารถทำได้ง่ายๆ ในทุกๆ วัน มีดังนี้

  • ดื่มน้ำ น้ำจะมีประโยชน์ต่อร่างกายเป็นอย่างมากและไม่มีโทษต่อร่างกายเลย ซึ่งเราสามารถหาดื่มได้ง่ายๆ สิ่งที่เราควรทำคือ การดื่มน้ำให้มากๆ ทำให้ร่างกายขับสิ่งแปลกปลอมในร่างกายได้
  • ไม่ควรกลั้นปัสสาวะเป็นเวลานาน ถ้ารู้สึกอยากปัสสาวะก็ควรไปปัสสาวะทันทีครับ
  • สำหรับผู้หญิง หลังขับปัสสาวะควรเช็ดทำความความสะอาดจากด้านหน้าไปด้านหลัง และควรปัสสาวะให้เร็วที่สุดหลังจากการมีเพศสัมพันธ์เพื่อขับแบคทีเรียออกได้
  • ผู้หญิงควรทำความสะอาดอวัยวะเพศให้แห้งอยู่เสมอ เปลี่ยนผ้าอนามัยบ่อย ๆ และหลีกเลี่ยงสบู่หรือผลิตภัณฑ์ที่อาจทำให้เกิดการระคายเคืองได้ครับ
  • ถ้าเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ควรป้องกันเมื่อมีเพศสัมพันธ์ เช่น การใช้ถุงยางอนามัย
  • ถ้าผู้ป่วยมีอาการปัสสาวะขัด สมุนไพรธนทรสามารถช่วยรักษาได้ครับ

สรุป

จากที่ได้อ่าน เป็นอย่างไรกันบ้างครับกับ วิธีแก้ปัสสาวะขัด โดยไม่ต้องผ่าตัด เนื้อหาที่ผมได้เตรียมนี้ สามารถแก้ปัสสาวะขัดได้อย่างแน่นอน ไม่ว่าจะเป็นการป้องกันปัสสาวะขัดหรือการรักษาก็ตาม ล้วนเป็นข้อมูลสำคัญ โดยเฉพาะสมุนไพรธนทรที่สามารถรักษาปัสสาวะขัดได้ โดยที่ไม่ต้องผ่าต้ด ซึ่งเป็นข้อมูลที่เป็นประโยชน์อย่างมากสำหรับผู้ป่วยที่ไม่อยากผ่าตัด สมุนไพรธนทรไม่มีผลข้างเคียงใดๆ ปลอดภัยแน่นอน 100%

ถ้าหากลูกค้าท่านใดที่สนใจ สมุนไพรธนทร สามารถสั่งซื้อได้เลยครับ สินค้าของเราเตรียมพร้อมเรียบร้อย ส่งไว ปลอดภัย คุ้มราคา สำหรับลูกค้าที่อยากปรึกษาเรื่องใด สามารถติดต่อสอบถามได้ครับ เราพร้อมให้คำแนะนำดีๆ 

บทความแนะนำ
“ ทราบหรือไม่ว่า เป็นนิ่วในไต ห้ามกินอะไรบ้าง ที่จะสามารถลดความเสี่ยงจากการเป็นนิ่วในไตได้ดีที่สุด พร้อมกับวิธีรักษานิ่วในไต โดยไม่ต้องผ่าตัดเลย ในบทความต่อไปนี้มีคำตอบให้ครับ ”
Posted on Leave a comment

เป็นนิ่วในไต ห้ามกินอะไรบ้าง เพื่อลดความเสี่ยงของการเกิดนิ่วในไต

โรคนิ่วในไตเป็นปัญหาสำหรับคนทั่วโลก และที่พบได้บ่อยที่สุดคือ ในประเทศไทย ซึ่งเป็นสัญญาณเตือนให้เราต้องระวังโรคนิ่ว เพื่อไม่ให้เกิดขึ้นกับตัวเราได้ โรคนิ่วเป็นโรคที่อันตรายพอๆ กับโรคชนิดอื่นๆ ยิ่งปลอยไปนานๆ ก็ยิ่งเป็นอันตรายมากยิ่งขึ้น รู้หรือไม่ว่า เราสามารถป้องกันจากโรคนิ่วในไตได้ง่ายๆ  ซึ่งจะมีอยู่หลายวิธี ไม่ว่าจะเป็น การกินอาหารที่ถูกต้อง การออกกำลังกาย การดื่มสมุนไพรบำรุงร่างกาย สิ่งเหล่านี้จะช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดนิ่วได้ครับ

การเกิดโรคนิ่วจะมีอยู่หลายปัจจัยด้วยกัน แต่ปัจจัยที่เกิดบ่อยที่สุดคือ เรื่องอาหาร การกินถือเป็นเรื่องปกติสำหรับเรา แต่ก็ต้องรู้โทษของอาหารชนิดนั้นๆ ด้วยว่า ” กินแล้วจะส่งผลอะไรกับตัวเราบ้าง ” เพราะอาหารบางชนิดถ้ากินปริมาณมากเกินไปจะส่งผลเสียต่อร่างกายเราได้ คงอยากจะรู้แล้วใช่ไหมครับว่า อาหารชนิดไหนที่ทำให้เกิดโรคนิ่วได้ ในวันนี้ผมจะมาพูดถึง เป็นนิ่วในไต ห้ามกินอะไร จะมีอะไรบ้างนั้น มีดังนี้


อาหารเสี่ยงการเป็นนิ่วในไตได้อย่างไร

เป็นนิ่วในไต ห้ามกินอะไร ถึงลดความเสี่ยงจากฌรคนิ่วได้

นิ่วในไต จะมีปัจจัยเสี่ยงอยู่หลายอย่างด้วยกัน ได้แก่ อาหาร อายุ เพศ กรรมพันธุ์ ปริมาณน้ำที่ดื่ม สิ่งแวดล้อมต่างๆ สิ่งเหล่านี้จะทำให้เราเป็นโรคนิ่วในไตได้ครับ แต่ปัจจัยที่ทำให้เกิดโรคนิ่วในไตได้บ่อยมากที่สุด การบริโภคอาหาร อาหารเป็นสิ่งที่เราบริโภคอยู่ตลอดเวลา จึงมีโอกาสสูงที่จะเกิดโรคนิ่วในไต อาหารที่บริโภคเข้าไปได้รับสารอาหารบางชนิดในปริมาณมากเกินไป จะส่งผลเสียกับร่างกายได้ 

ดังนั้น ถ้าคุณต้องการป้องกันโรคนิ่ว คุณจะต้องควบคุมอาหารด้วย สารอาหารที่เราต้องควบคุมได้แก่ ออกซาเลต  โซเดียม โปรตีนจากสัตว์ เป็นต้น สารอาหารเหล่านี้ ไม่ควรบริโภคในปริมาณมากเกินไป เพราะเสี่ยงที่จะเกิดเป็นโรคนิ่วในไตได้ครับ สิ่งที่สามารถป้องจากโรคนิ่วในไตได้ได้คือ การควรคุมอาหารหรือรับสารอาหารให้พอดี ซึ่งสามารถปกป้องจากโรคนิ่วในไตได้ครับ

อาหารที่มีโปรตีนจากสัตว์

เป็นนิ่วในไต กินเนื้อสัตว์ได้ไหม

ไม่ใช่ว่ากินเนื้อสัตว์ไม่ดีต่อร่างกาย แต่การกินเนื้อสัตว์ในปริมาณมากเกินไปจะเพิ่มระดับของกรดยูริคและจะไปลดระดับของซิเตรต โดยตามปกติซิเตรตนั้นสามารถป้องกันไม่เกิดการสะสมของก้อนนิ่ว แต่ถ้าหากกรดยูริคที่สูง แล้วระดับของซิเตรตต่ำลง ทำให้ไม่สามารถยับยั้งการรวมตัวของก้อนนิ่วได้ จึงมีความเสี่ยงที่จะเกิดก้อนนิ่วในไตได้ เราควรรับโปรตีนจากสัตว์ให้พอดีกับร่างกายที่ควรได้รับ ได้แก่

  • เนื้อวัว
  • เนื้อไก่
  • เนื้อหมู
  • ปลา
  • เป็ด
  • ไข่ไก่
  • หอย
  • นม

อย่างไรก็ตามถ้าคุณคิดว่ารับโปรตีนไม่เพียงพอ คุณสามารถหาอย่างอื่นมารับประทานแทนเนื้อสัตว์ได้ เช่น ถั่วฝัก ถั่วลิสง เมล็ดดอกทานตะวัน ถั่วเหลือง เป็นต้น อาหารเหล่านี้สามารถนำมารับประทานแทนเนื้อสัตว์ได้ แต่ไม่ควรรับประทานในปริมาณมาก ถ้ารับปริมาณมากไป ร่างกายก็จะเสี่ยงที่จะเป็นโรคนิ่วได้เช่นกันครับ

อาหารที่มีโซเดียมสูง

เป็นนิ่วในไต โซเดียมอันตรายไหม

โซเดียม เป็นแร่ธาตุชนิดหนึ่งที่มีความจำเป็นต่อร่างกายของเรา ซึ่งจะช่วยรักษาความสมดุลของน้ำในร่างกายและความดันโลหิต โดยตามปกติร่างกายต้องการโซเดียมประมาณ 1,500 มิลลิกรัม/วัน แต่ไม่ควรเกินกว่า 2,000 มิลลิกรัม/วัน ถ้ารับปริมาณมากไปกว่านี้จะส่งผลเสียต่อร่างกายของเราได้เช่นกัน เพราะโซเดียมจะไปกระตุ้นให้เกิดการก่อตัวของนิ่วในไตได้ครับ เนื่องจากไปเพิ่มปริมาณแคลเซียมในปัสสาวะของเรา ซึ่งเราจะพบในอาหารกระป๋อง อาหารสำเร็จรูป หรืออาจพบในเนื้อสัตว์และเครื่องปรุงรส อาหารเหล่านี้จะอยู่ใกล้ตัวของเรา ทำให้คนส่วนใหญ่ชอบบริโภคเป็นประจำ จึงมีความเสี่ยงที่เกิดโรคนิ่วในไตได้ครับ

ดังนั้น เราควรรับสารอาหารประเภทโซเดียมในปริมาณที่พอดีกับร่างกายของเราที่สามารถรับได้ในแต่ละวัน ถ้ามากไปกว่านั้นจะส่งผมเสียต่อร่างกายของเราได้ครับ เรามาดูกันว่า สิ่งที่เราสามารถควบคุมอาหารประเภทโซเดียมได้มีเคล็ดลับอะไรบ้าง มีดังนี้ครับ

  • สิ่งแรกเราต้องรู้ก่อนว่าร่างกายรับสารอาหารที่มีโซเดียมได้ปริมาณเท่าไร
  • เวลาบริโภคอาหาร พยายามตรวจสอบปริมาณโซเดียมอยู่เสมอ
  • ลดอาหารกระป๋อง อาหารสำเสร็จรูป เพราะโอกาสมีโซเดียมค่อนข้างสูง
  • เวลาซื้ออาหารตามร้านหรือซุปเปอร์มาเก็ต พยายามตรวจสอบอาหารด้วยว่ามีโซเดียมสูงหรือไม่ สามารถตรวจสอบในส่วนของฉลาก

อาหารที่เพิ่มปริมาณของออกซาเลต

เป็นนิ่วในไต ลดอาหารชนิดออกซาเลต ลดความเสี่ยงจากโรคนิ่วได้

ออกซาเลต คือเป็นเกลือของกรดออกซาลิก จะพบในส่วนของผักและผลไม้บางชนิดเท่านั้น เช่นมันฝรั่ง ผักโขม ชา งา เป็นต้น เป็นสารที่จะคอยยับยั้งการดูดซึมแคลเซียม จะเรียกได้ว่า เป็นสารต้านฤทธิ์สารอาหาร หากบริโภคอาหารที่มีออกซาเลตสูงหรือปริมาณมากเกิดไป จะขับออกมาในปัสสาวะและอาจเกิดการรวมตัวกลายเป็นก้อนนิ่วได้ครับ ส่วนอาหารที่มีออกซาเลตได้แก่

  • ช็อคโกแลต
  • ถั่ว
  • ชาดำเข้มๆ
  • มันเทศ
  • ผลิตภัณฑ์ถั่วเหลือง
  • รูบาร์บ
  • ผักใบเขียว
  • สตอเบอรี่

วิธีป้องกันและหลีกเลี่ยงการเกิดโรคนิ่วในไต

โรคนิ่วเป็นโรคที่เกิดจากแร่ธาตุแข็งชนิดต่างๆ ได้มารวมสะสมกันจนกลายเป็นก้อนนิ่ว โดยมีลักษณะคล้ายก้อนกรวด โรคนี้จะพบได้ทุกเพศทุกวัย แต่จะพบบ่อยๆ จะอยู่ในวัย 30 – 60 ปี อย่างไรก็ตามไม่สำคัญว่าจะอยู่ช่วงวัยไหนหรือเพศอะไร เพราะโรคนิ่วสามารถเกิดขึ้นได้ทุกคน หากบริโภคสารอาหารบางชนิดมากเกินไป จะเสี่ยงจากโรคนิ่วได้ครับ สิ่งที่จะช่วยลดความเสี่ยงที่จะเกิดโรคนิ่วคือ การป้องกันและการหลีกเลี่ยงการเกิดโรคนิ่วด้วยวิธีต่างๆ จะมีวิธีอะไรบ้างนั้นมีดังนี้

  • ดื่มน้ำในปริมาณมาก
  • บริโภคอาหารที่มีแคลเซียม
  • บริโภคอาหารที่มีกากใยมากๆ
  • ไม่ควรบริโภคสารอาหารบางชนิดในปริมาณมากเกินไป เช่น ออกซาเลต โซเดียม โปรตีนจากเนื้อสัตว์ เป็นต้น
  • ลดอาหารรสเค็มมากและรสหวานมาก
  • ดื่มน้ำสมุนไพรบำรุงร่างกาย

สรุป

เป็นอย่างไรกันบ้างครับ คงได้รู้กันแล้วใช่ไหมครับว่า อาหารชนิดไหนบ้างห้ามกินในปริมาณมาก เพื่อลดความเสี่ยงการ เป็นนิ่วในไต ที่จะเกิดขึ้น อย่างที่ได้บอกไปว่า อาหารบางชนิดสามารถทำให้เราเป็นโรคนิ่วได้ สิ่งที่เราควรทำคือ ไม่ควรบริโภคสารอาหารพวก ออกซาเลต โซเดียม และโปรตีนจากเนื้อสัตว์ ในปริมาณมากเกินไป เพราะเสี่ยงการเกิดโรคนิ่วได้ นอกจากการควบคุมการบริโภคอาหารแล้ว เราต้องป้องกันและหลีกเลี่ยงจากโรคนิ่วด้วยครับ จะช่วยลดความเสี่ยงจากโรคนิ่วในไตมากยิ่งขึ้น

สำหรับผู้ป่วยที่เป็นโรคนิ่ว กำลังหาแนวทางการรักษาโดยไม่รับการผ่าตัด สมุนไพรธนทรจะเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่สามารถช่วยรักษาโรคนิ่วของคุณได้ ซึ่งมีผู้ป่วยเคยใช้มาแล้วหลายคนและผู้ป่วยส่วนใหญ่มีอาการดีขึ้นเรื่อยๆ หลังจากได้ดื่มยาสมุนไพรธนทร ถ้าหากสนใจสามารถติดต่อมาได้เลยครับ


บทความแนะนำ
“ รู้หรือไม่ โรคนิ่วอันตรายมากแค่ไหน มีอาการอย่างไร สาเหตุเกิดจากอะไรบ้าง และมีวิธีการรักษานิ่วมีวิธีไหนบ้าง บทความต่อไปนี้มีคำตอบให้ครับ
Posted on Leave a comment

นิ่วมีกี่ชนิด อันตรายไหม อาการ สาเหตุ และวิธีการสลายนิ่ว

หากพูดถึง โรค สิ่งแรกที่เรานึกถึงคือ สิ่งที่เป็นภัยอันตรายกับร่างกายของเรา เช่นเดียวกับโรคนิ่ว เป็นโรคที่อันตรายเหมือนกับโรคอื่นๆ ถึงแม้ไม่เป็นอันตรายถึงชีวิต แต่ก็ทำให้เราไม่สามารถทนต่ออาการเจ็บได้ ยิ่งไว้นานเท่าไร อาการเจ็บปวดก็ยิ่งเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ จนต้องผ่าตัดเอาก้อนนิ่วออก บางคนต้องเสียอวัยวะสำคัญในร่างกายไป เพื่อทำการรักษาโรคนิ่วให้หายดี

จะเห็นได้ว่า โรคนิ่ว เป็นโรคชนิดหนึ่งที่เราไม่ควรมองข้ามไปโดยไม่ใส่ใจอะไรเลย สิ่งแรกที่ผมอยากจะถามคือ คุณรู้อะไรเกี่ยวกับโรคนิ่วบ้างไหม ? หากเรารู้ไม่มากพอ อยากให้ทำความเข้าใจเกี่ยวกับโรคนิ่วไว้ก่อนครับ เพราะจะช่วยให้เรารู้สาเหตุของการเกิดโรคนิ่วได้ จะได้ป้องกันการเกิดโรคนิ่วได้ทัน

วันนี้ผมจะมาพูดถึง นิ่วมีกี่ชนิด นิ่วแต่ละชนิดมีอาการอย่างไรและสาเหตุของการเป็นโรคนิ่วเกิดจากอะไรบ้าง รวมถึงวิธีการรักษานิ่วได้ด้วยวิธีไหนบ้าง มีดังนี้


นิ่วในไต

นิ่วมีกี่ชนิด รักษาด้วยวิธีไหนได้บ้าง

นิ่วในไต จะมีก้อนนิ่วขนาดเล็กมากจนเราไม่ทันสังเกตุเห็นเวลาขับปัสสาวะออกมา ซึ่งจะไม่เป็นอันตรายและไม่รู้สึกอาการเจ็บใดๆ เลย  ถ้าเกิดว่าก้อนนิ่วขนาดเล็กเหล่านั้นได้เคลื่อนตัวรอบๆ ไตหรือในท่อไต เป็นการเชื่อมต่อระหว่างไตและกระเพาะปัสสาวะ จะทำการสะสมจนกลายเป็นก้อนนิ่วในไตขึ้นมา โดยมักจะเกิดบริเวณไต ทำให้ผู้ป่วยรู้สึกมีอาการเจ็บปวดส่วนต่างๆ

อาการของนิ่วในไต

  • ปวดบริเวณหลังหรือช่องท้องด้านล่างข้างใดข้างหนึ่ง
  • ปวดบริเวณขาหนีบ
  • ปัสสาวะเป็นเลือด
  • ขับปัสสาวะรู้สึกเจ็บปวด
  • ขับปัสสาวะน้อย
  • ปวดปัสสาวะบ่อยครั้ง

สาเหตุของการเกิดนิ่วในไต

โดยส่วนใหญ่โรคนิ่วจะเกิดจากสารอาหารบางชนิดที่เราบริโภคเข้าไป จะเกิดการรวมตัวกันกลายเป็นก้อนนิ่วขึ้นมา โดยมีสารอาหารต่างๆ ดังนี้

  • แคลเซียม
  • กรดออกซาลิก
  • กรดยูริก

สารอาหารเหล่านี้มีประโยชน์ก็จริง แต่ถ้ารับปริมาณมากไปก็ส่งผลเสียต่อร่างกายได้เหมือนกัน โดยเฉพาะของเหลวในปัสสาวะมีน้อยกว่าสารอาหารเหล่านั้น จะละลายสารอาหารไม่ทันหรือไม่สามารถทำให้สารอาหารเหล่านั้นเข้มข้นน้อยลงได้ จึงเกิดการรวมตัวกัน จนกลายก้อนนิ่วขึ้นมาครับ

นิ่วในกระเพาะปัสสาวะ

นิ่วมีกี่ชนิด มีอาการอย่างไรบ้าง

นิ่วในกระเพาะปัสสาวะ เป็นนิ่วที่เกิดจากนิ่วในไตหรือท่อไตที่หลุดลงมาในกระเพาะปัสสาวะ แล้วได้สะสมจนกลายเป็นก้อนนิ่วในกระเพาะปัสสาวะ จากเดิมเป็นก้อนนิ่วที่มีขนาดเล็ก เมื่อเกิดกการสะสมก้อนนิ่วจะเพิ่มขนาดมากขึ้น กรณีที่เหล่านี้มักจะเกิดจากการขับถ่ายออกมาไม่หมด อาจทำให้ก้อนนิ่วบางส่วนยังติดอยู่กระเพาะปัสสาวะไม่ถูกขับออกมา เรามาดูอาการของนิ่วในกระเพาะปัสสาวะกันครับ ว่ามีอาการอะไรบ้าง?

อาการนิ่วในกระเพาะปัสสาวะ

  • ปัสสาวะผิดปกติ เช่น ปัสสาวะแสบขัด ปัสสาวะบ่อย ปัสสาวะออกมีเลือดปน
  • ปัสสาวะไม่ออกหรือปัสสาวะไหลๆ หยุดๆ ประมาณนี้
  • มีอาการไข้ เมื่อก้อนนิ่วไปเสียดสีกับผนังกระเพาะปัสสาวะหรือท่อปัสสาวะจนเป็นแผล อาจทำให้เกิดการติดเชื้อในระบบทางเดินปัสสาวะจนทำให้ผู้ป่วยมีอาการไข้ร่วมด้วย

สาเหตุที่ทำให้ปัสสาวะออกไม่หมด

  • ภาวะต่อมลูกหมากโตกีดขวางทางเดินปัสสาวะ
  • ท่อปัสสาวะตีบตัน
  • กระเพาะปัสสาวะทำงานผิดปกติ จนบีบตัวได้ไม่ดี
  • รับประทานอาหารบางชนิดมากเกินไป เช่น ยอดผัก เครื่องในสัตว์ เป็นต้น

นิ่วในถุงน้ำดี

เป็นโรคในระบบทางเดินน้ำดีที่พบบ่อยที่สุด ส่วนมากจะพบในผู้ใหญ่ที่มีอายุมากกว่า 40 ปี และจะพบในเพศหญิงมากกว่าเพศชาย นิ่วในถุงน้ำดี เกิดจากการตกตะกอนของหินปูนหรือคอเลสเตอรอลในน้ำดี ทำให้เกิดก้อนนิ่ว นิ่วในถุงน้ำดีเราจะแบ่งเป็น 2 ชนิด คือ นิ่วที่เกิดจากคอเลสเตอรอลและนิ่วที่เกิดจากเม็ดสีหรือบิลิรูบิน

นิ่วมีกี่ชนิด ชนิดไหนที่พบบ่อยที่สุด

นิ่วที่เกิดจากคอเลสเตอรอล เป็นชนิดที่เราจะพบได้บ่อยประมาณ 80% ของนิ่วในถุงน้ำดี จะมีลักษณะก้อนสีขาว สีเหลือง และสีเขียว จะเกิดต่อเมื่อมีคอลเลสเตอรอลเพิ่มสูงในถุงน้ำดีหรือเป็นการบีบตัวของกล้ามเนื้อในถุงน้ำดีมีสมรรภาพไม่เพียงพอ

นิ่วมีกี่ชนิด ชนิดไหนคนไทยเป็นบ่อยที่สุด

นิ่วที่เกิดจากเม็ดสีหรือบิลิรูบิน เป็นนิ่วที่มีขนาดเล็กกว่า มีสีที่คล้ำกว่านิ่วที่เกิดจากคอลเลสเตอรอล ส่วนใหญ่จะพบในโรคตับแข็งหรือจะเป็นผู้ป่วยที่มีอาการผิดปกติของเลือด อย่าเช่น โรคโลหิตจาง เป็นต้น

อาการของนิ่วในถุงน้ำดี

  • จะมีอาการปวดท้องอย่างรุนแรงในบริเวณช่วงท้องส่วนบนหรือด้านขวา
  • จะมีอาการคลื่นไส้และอาเจียน
  • อาการปวดทางเดินอาหาร อย่างเช่น ท้องเฟ้อ ท้องอืด แสบร้อนที่อก เป็นต้น
  • ถุงน้ำดีอักเสบ อาจมีอาการไข้ ตัวเหลือง ตาเหลือง ปัสสาวะมีสีเข้ม

สาเหตุการเป็นนิ่วในถุงน้ำดี

ยังไม่ได้ข้อมูลที่แน่ชัดว่า นิ่วถุงน้ำดีเกิดจากออะไร เป็นได้สูงว่า เกิดจากมีคอเลสเตอรอลและสารบิลิรูบิน ในถุงน้ำดีมีปริมาณมากเกินไป จนทำให้เกิดการตกตะกอนและกลายเป็นก้อนนิ่วในถุงน้ำดี

โรคนิ่วอันตรายไหม

นิ่วมีกี่ชนิด อันตรายไหม?

ขึ้นชื่อว่า โรค จะเป็นโรคไหนๆ ก็เป็นอันตรายกันทั้งนั้นครับ โรคนิ่วก็เช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นนิ่วในไต นิ่วในท่อปัสสาวะ นิ่วในถุงน้ำดี จะเป็นโรคนิ่วชนิดไหน ก็เป็นอันตรายต่อร่างกายของเราได้เหมือนกันครับ ถ้าเรารู้ว่าเรามีอาการคล้ายกับอาการของโรคนิ่ว เราควรรีบไปตรวจให้ชัดเจนทันที เพราะยิ่งเราปล่อยไปนานๆ ก้อนนิ่วอาจขยายขนาดเพิ่มขึ้น อาการของผู้ป่วยก็ยิ่งเป็นอันตรายมากขึ้นครับ

ลองคิดดูว่า ถ้าผู้ป่วยขับปัสสาวะออกมามีเลือดปนอยู่ เราคิดว่า “ควรปล่อยโดยไม่รับการรักษาต่อไปหรือไม่?” คงไม่ใช่เช่นนั้นแน่นอนใช่ไหมครับ เราต้องรีบทำการรักษาโดยทันที เพราะยิ่งปล่อยไปนานๆ อาการก็ยิ่งแย่ลงเรื่อยๆ จนทำการรักษาวิธีแบบธรรมดาทั่วไปไม่ได้ อาจต้องรับการผ่าตัด ซึ่งไม่มีใครที่อยากรักษาด้วยวิธีนี้

อีกกรณีหนึ่ง ผู้ป่วยคนหนึ่งเป็นโรคนิ่วในถุงน้ำดีและอาการหนักจนต้องตัดถุงน้ำดีออกไป อาการจะดีขึ้น ถึงแม้ว่าการตัดถุงออกไปจะไม่ส่งผลอะไรมากนัก แต่ก็ทำให้เราใช้ชีวิตแบบปกติแบบเดิมไม่ได้ เพราะถุงน้ำดีจะทำหน้าที่ย่อยสารอาหารพวกไขมัน ในเมื่อไม่มีถุงน้ำดีแล้ว ร่างกายของเราจะย่อยไขมันได้ไม่ดีเหมือนเคย เราจึงต้องเปลี่ยนอาหารการกินใหม่เลย ทั้งจำนวนมื้อ ปริมาณ และชนิดของอาหารที่จะกิน จะเห็นได้ว่า เราใช้ชีวิตได้ลำบากมากขึ้น ดังนั้น เราไม่ควรปล่อยละเลยโรคนิ่วไปเด็ดขาด เพราะจะทำให้ร่างกายได้รับอันตรายได้ครับ 

วิธีการรักษานิ่ว

เชื่อว่าหลายคนคงอยากจะรู้กันว่า วิธีรักษานิ่วมีวิธีไหนบ้าง  เพราะในปัจจุบันมีวิธีรักษานิ่วได้หลากหลายวิธี ไม่ได้มีวิธีการผ่าตัดนิ่วอย่างเดียว ยังมีทางเลือกการรักษานิ่ววิธีอื่นๆ ด้วย มาดูกันว่าจะมีวิธีรักษานิ่วด้วยวิธีไหนบ้าง ที่เป็นทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับเรา มาดูกันครับ

  • ดื่มน้ำให้มาก
    ผู้ป่วยที่มีอาการไม่หนักมากหรือก้อนนิ่วไม่ได้ใหญ่มากนัก สามารถรักษานิ่วด้วยการดื่นน้ำมากๆ เพื่อให้ผู้ป่วยขับปัสสาวะได้บ่อยๆ อาจช่วยให้ก้อนนิ่วหลุดออกมาพร้อมกับน้ำปัสสาวะได้
  • การรักษานิ่วด้วยสมุนไพรธนทร
    เป็นวิธีการรักษานิ่วได้ผลอีกหนึ่งวิธี สมุนไพรชนิดนี้เป็นยาสมุนไพรสลายก้อนนิ่วและเป็นยาบำรุงร่างกายด้วย เป็นวิธีที่อยากจะแนะนำก่อนจะทำการรักษาด้วยวิธีอื่นๆ เพราะสมุนไพรธนทรเคยช่วยผู้ป่วยที่เป็นโรคนิ่วมาแล้วหลายคน กินแล้วปลอดภัย ไม่มีผลข้างเคียงใดๆ ที่เป็นอันตรายกับร่างกายของเราเลย ลองใช้กันดูครับ
  • รักษาด้วยด้วยผ่าตัด
    เป็นวิธีคนส่วนใหญ่ไม่อยากทำการรักษาด้วยมากที่สุด เพราะเป็นวิธีที่เสี่ยงกว่าวิธีอื่นๆ การผ่าตัดมักถูกใช้เวลาตรวจพบก้อนิ่วที่มีขนาดใหญ่
  • รักษาด้วยการส่องกล้องในท่อปัสสาวะ
    วิธีนี้เป็นการตรวจดูด้านในของกระเพาะปัสสาวะและท่อปัสสาวะ เพื่อดูตำแหน่งของก้อนนิ่วอยู่ แล้ววินิจฉัยว่าจะแก้ปัญหาได้ด้วยวิธีไหนได้บ้าง จะได้เอาก้อนนิ่วออกโดยลดความเสี่ยงได้มากที่สุด วิธีนี้ก็มีความเสี่ยงอยู่เช่นกัน แต่จะน้อยกว่าการผ่าตัด
  • รักษาด้วยคลื่นกระแทก
    เป็นวิธีที่ทันสมัย โดยใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ามาช่วย ด้วยการใช้คลื่นทำให้เกิดแรงกระแทกไปที่ตำแหน่งของก้อนนิ่ว จนก้อนนิ่วแตกสลายไป กลายเป็นชิ้นเล็กๆ จนสามารถขับปัสสาวะออกมาได้ วิธีนี้ช่วยลดความเสี่ยงได้ แต่ก็มีค่าใช้จ่ายมากกว่าวิธีอื่นๆ

สรุป

จากที่ได้อ่านมา เป็นอย่างไรกันบ้างครับ คงได้รู้จักโรคนิ่วกันมากขึ้นใช่ไหมครับว่า นิ่วมีกี่ชนิด มีอาการอย่างไร สาเหตุมาจากอะไรบ้าง? อย่างที่ผมได้พูดไปว่า โรคนิ่วก็เป็นโรคที่อันตรายเช่นกัน จริงอยู่ว่าไม่เป็นอันตรายถึงชีวิต แต่ก็ทำให้ร่างกายของเราเสียหายหนักได้ บางคนต้องเสียอวัยวะไปเลย  ดังนั้นเราไม่ควรปล่อยให้โรคนิ่วเกิดขึ้นกับเราได้โดยเด็ดขาด สาเหตุการเกิดโรคนิ่วที่ผมกล่าวไปนั้น สามารถป้องกันการเกิดโรคนิ่วได้ดี แต่สำหรับคนที่เป็นโรคนิ่วอยู่แล้ว ก็ควรรีบทำการรั กษาโดยเร็วที่สุด เพื่อไม่ให้อาการของเราแย่ลง โดยเริ่มรักษาด้วยวิธีต่างๆ ซึ่งผมได้เตรียมไว้แล้ว สามารถเลือกได้เลยว่าจะรักษาด้วยวิธีไหน ถ้ารักษาแล้วอาการไม่ดีขึ้นเลย ควรไปพบแพทย์ทันทีครับ

บทความแนะนำ
“ ถ้าคุณไม่รู้จะรักษานิ่วด้วยวิธีไหน แนะนำ สมุนไพรธนทร เป็นการรักษานิ่วแบบง่ายๆ ที่ได้ผล มาดูกันว่าสมุนไพรชนิดนี้มีดียังไง ในบทความต่อไปนี้มีคำตอบ ”
Posted on Leave a comment

รักษานิ่ว ง่ายๆ ไม่ต้องผ่าตัด ด้วย “สมุนไพรธนทร” ราคาไม่แรง

รักษานิ่ว ง่ายๆ ไม่ต้องผ่าตัด ด้วย "สมุนไพรธนทร" ราคาไม่แรง

เมื่อรู้ตัวว่าเป็นนิ่ว สิ่งแรกหลายคนมักจะกลัวกันก็คือ การผ่าตัด เป็นเรื่องปกติอยู่แล้วครับ คงไม่มีใครที่ไม่กลัว เพราะการผ่าตัดนิ่วในแต่ละขั้นตอนต้องอาศัยทักษะการผ่าตัดด้านการแพทย์สูง จึงมีความเสี่ยงสำหรับการผ่าตัดในแต่ละครั้งอยู่ไม่น้อย หลังจากผ่าตัดเสร็จก็ใช่ว่าจะพ้นอันตรายได้ ยังต้องกังวลภาวะแทรกซ้อนของการผ่าตัดอีก จึงไม่มีใครกล้าที่จะรับการผ่าตัด

คุณเชื่อหรือไม่ ถ้าผมบอกว่า มีวิธีรักษาก้อนนิ่วในร่างกายได้ โดยที่เราไม่ต้องรับการผ่าตัดเอาก้อนนิ่วออกเลย เพียงแค่ดื่มน้ำสมุนไพรธนทรทุกๆ วัน นิ่วในไตและนิ่วในถุงน้ำดีก็เริ่มหลุดออกมาทีละนิด จนอาการดีขี้น วันนี้ผมจะพูดถึงการ รักษานิ่ว ได้ง่ายๆ โดยที่ไม่ต้องรับการผ่าตัดเลย สามารถรักษาด้วย สมุนไพรธนธร เรามาดูกันว่า สมุนไพรธนทร สามารถสลายนิ่วได้ยังไง คุณสามารถอ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ดังนี้


โรคนิ่วเกิดส่วนไหนของร่างกายบ้าง

รักษานิ่ว มีกี่วิธี วิธีไหนบ้างไม่ต้องผ่าตัด

เป็นเรื่องปกติ สำหรับคนที่เป็นโรคนิ่วเป็นครั้งแรก อาจไม่ทราบอาการของโรคนิ่วสักเท่าไรและไม่รู้ด้วยว่าโรคนิ่วจะเกิดส่วนไหนของร่างกายเราบ้าง ในวันนี้ผมจะมาพูดถึงเรื่องนี้กัน เพื่อทำความรู้จักกับโรคนิ่วให้มากขึ้น ความรู้เหล่านี้สามารถใช้ป้องกันหรือลดความเสี่ยงของการเกิดโรคนิ่วได้ครับ ดังนั้นเรามาทำความรู้จักโรคนิ่วให้มากขึ้น มาดูกันว่าโรคนิ่วเกิดส่วนใดของร่างกายเราบ้าง มีดังนี้

  • นิ่วในไต ช่วงแรกๆ ตอนเป็นนิ่วเราอาจไม่รู้สึกมีอาการเจ็บปวดใดๆ เพราะก้อนนิ่วมีขนาดเล็กมากอาจหลุดออกมาพร้อมกับการขับปัสสาวะของเรา แต่หากก้อนนิ่วเริ่มเคลื่อนตัวไปรอบๆ ไตหรือไปยังท่อไต ก็อาจส่งผลให้ผู้ป่วยมีนิ่วในท่อไตได้ สังเกตุได้จากอาการเจ็บปวดบริเวณต่างๆ เช่น ปวดบริเวณหลังหรือช่องท้องด้านล่างข้างใดข้างหนึ่ง ปัสสาวเป็นเลือดสีแดง สีชมพู หรือสีน้ำตาล มีอาการเจ็บปวดระหว่างปัสสาวะ ปวดบีบเป็นระยะๆ ปวดปัสสาวะบ่อยๆ เป็นต้น
  • นิ่วในกระเพราะปัสสาวะ  เคยไหมเวลาปัสสาวะในแต่ละครั้งรู้สึกเจ็บปวดอยู่บ่อยๆ มีโอกาสที่จะเป็นนิ่วในท่อปัสสาวะค่อนข้างสูง นิ่วชนิดนี้มักแสดงอาการ เมื่อก้อนนิ่วทำให้ผนังของกระเพราะปัสสาวะระคายเคืองหรือปิดกั้นการไหลของปัสสาวะ ซึ่งทำให้ผู้ป่วยรู้สึกเจ็บปวดเวลาปัสสาวะและมีอาการอื่นๆ เช่นปวดท้องส่วนล่าง เจ็บแสบเวลาปัสสาวะ ปัสสาวะลำบาก เป็นต้น
  • นิ่วในถุงน้ำดี 
    นิ่วในถุงน้ำดีอาจไม่ส่งผลอาการเจ็บปวดเท่าไร ถ้าหากว่ามีก้อนนิ่วติดค้างอยู่ที่ปากทางออกของถุงน้ำดีและเกิดอุดตันขึ้นมา ก็อาจทำให้เกิดอาการต่างๆ ได้ เช่น ปวดท้องอย่างรุนแรง ปวดกลางท้อง คลื่นไส้ อาเจียน ท้องเฟ้อ เป็นต้น

ลดความเสี่ยงของโรคนิ่ว

รักษานิ่ว ง่ายๆ เพียงปฎิบัติทุกๆ วัน

มีปัจจัยหลายๆ อย่างที่มีความเสี่ยงที่จะเกิดโรคนิ่ว โดยที่เราไม่รู้ตัวว่าเป็นโรคนิ่วได้ยังไง บางคนก็เป็นนิ่วจากพันธุกรรมและบางคนเป็นนิ่วจากสิ่งแวดล้อมต่างๆ แต่คนส่วนใหญ่จะเกิดจากสิ่งแวดล้อมเป็นจำนวนมากกว่า เพราะในทุกๆ วันเราจะบริโภคอาหารอยู่เป็นประจำจึงมีโอกาสเกิดขึ้นได้มากกว่าพันธุกรรม เช่น กินอาหารทะเล ช็อกโกแลต ชา น้ำอัดลม และอื่นๆ สิ่งนี้หากบริโภคเป็นจำนวนมาก มีโอกาสที่จะเกิดเป็นโรคนิ่วสูง แต่เราสามารถลดความเสี่ยงเหล่านี้ได้ โดยให้เราปฏิบัติตามดังต่อไปนี้

  • ดื่มน้ำประมาณ 2 ลิตรต่อวัน 
  • ดื่มน้ำส้มและน้ำมะนาว
  • ออกกำลังอย่างสม่ำเสมอ
  • ลดอาหารรสเค็ม ลดอาหารที่มีออกซาเลต ทางที่ดีควรทานเนื้อปลา
  • ไม่ควรกินวิตามินซีเกิน 2 กรัมต่อวัน เราควรทานแคลเซียม เพราะช่วยลดการดูดซึมของออกซาเลตในลำไส้ได้
  • หลีกเลี่ยงการดื่มน้ำอดลมอย่างต่อเนื่อง
  • ดื่มสมุนไพรธนทร ช่วยบำรุงร่างกาย ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

ทำไมต้องใส่ใจโรคนิ่วเป็นพิเศษ

รักษานิ่ว ง่ายๆ ให้หายด้วยวิธีไหนบ้าง

จากแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือ สาธารณสุขค้นพบว่าผู้ป่วยที่เป็นโรคนิ่ว มีจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะในประเทศไทย จะมีผู้ป่วยเป็นจำนวนมากที่เป็นโรคนิ่ว ไม่ว่าจะเป็น นิ่วในไต นิ่วในกระเพาะปัสสาวะ นิ่วในถุงน้ำดี เป็นต้น โรคนิ่วสามารถเกิดขึ้นได้ทุกคน เพราะคนเรามักบริโภคอาหารอยู่เป็นประจำ สารอาหารบางชนิดที่เราบริโภคเข้าไป อาจก่อให้เกิดโรคนิ่วได้หรือบริโภคอาหารในปริมาณมาก มีโอกาสที่จะเป็นโรคนิ่วได้สูงมากขึ้นครับ เช่นเดียกันถ้าหากระบบย่อยอาหารทำงานไม่มีประสิทธิภาพ มีโอกาสเป็นโรคนิ่วได้สูงเหมือนกันครับ โดยเฉพาะผู้สูงอายุ ส่วนมากระบบย่อยอาหารจะมีประสิทธิภาพลดน้อยลง ทำให้ค้นพบผู้ป่วยที่เป็นโรคนิ่วในกลุ่มผู้สูงอายุเป็นส่วนใหญ่

ด้วยเหตุนี้ทางเราได้เห็นปัญหาของโรคนิ่ว เราจึงสกัดยา สมุนไพรธนทร นิ่ว ขึ้นมา เพื่อเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับใครที่ไม่อยากผ่าตัดเอาก้อนนิ่วออก สมุนไพรธนทรสามารถช่วยได้ครับ เพราะเป็นยาสมุนไพรสำหรับสลายนิ่วโดยเฉพาะและไม่มีผลข้างเคียงใดๆ ที่เป็นอันตรายกับร่างกายของเราเลยครับ


สรรพคุณของสมุนไพรธนทร

รักษานิ่ว ง่ายๆ ด้วยสมุนไพรธนทร

สมุนไพรธนทร เป็นยาที่สกัดจากสมุนไพรชั้นเลิศหลากหลายชนิดด้วยกัน เป็นยาสมุนไพรที่มีคุณภาพสูง สามารถรักษาโรคได้หลายชนิดด้วยกัน ที่ส่งผลทำให้ร่างกายผิดปกติของระบบอวัยวะภายในร่างกาย ไม่ว่าจะเป็น ตับ ไต  ม้าม หัวใจ รวมไปถึงระบบย่อย ระบบหลอดเลือด ระบบสื่อประสาท  เป็นต้น ด้วยสรรพคุณของสมุนไพรธนทร มีฤทธิ์ในการสลายก้อนนิ่วให้เป็นเม็ดเล็กๆ และขับนิ่วออกมาพร้อมกับปัสสาวะ ซึ่งผลลัพธ์ช้า-เร็ว ขึ้นอยู่กับขนาดของก้อนนิ่ว และระยะเวลาที่เป็นของผู้ป่วยด้วยครับ ทุกๆ วันพยายามสังเกตุอาการของเราด้วย มีอาการดีขึ้นจากเดิมบ้างไหม ถ้ารู้สึกว่าอาการแย่กว่าเดิม ควรไปพบแพทย์โดยเร็วที่สุด

บริโภคสมุนไพรธนทรได้ประโยชน์อะไรบ้าง

รักษานิ่ว ด้วยยาสมุนไพรผลจริงไหม

สมุนไพรธนทรมีสรรพคุณมากมาย ด้วยการสกัดยาจากสมุนไพรชั้นเลิศหลากหลายชนิด นอกจากสลายก้อนนิ่วได้แล้ว สามารถเป็นยาสมุนไพรบำรุงร่างกายได้อีกด้วยครับ เหมาะสำหรับผู้สูงอายุมากๆ เรามาดูกันครับว่า ยาน้ำสมุนไพรธนทร สามารถบำรุงร่างกายส่วนไหนบ้าง มีดังนี้

  • บำรุงตับ ช่วยบำรุงและเพิ่มประสิทธิภาพตับให้ทำงานได้ดีมากขึ้น
  • บำรุงไต ช่วยกระตุ้นสมรรภาพการทำงานของต่อมหมวกไต
  • บำรุงหัวใจ ช่วยลดปัจจัยเสี่ยงต่างๆ ของการเกิดโรคหัวใจ
  • บำรุงสมอง ช่วยให้สมองทำงานได้ดีมากขึ้น ความจำดีขึ้น จะป้องกันการเกิดโรคสมองเสื่อม
  • บำรุงปอด ช่วยฟื้นฟูระบบการทำงานของปอดให้แข็งแรงมากขึ้น
  • บำรุงสมรรถภาพทางเพศ ช่วยเพิ่มโอกาสการมีบุตรและช่วยให้อสุจิแข็งแรงขึ้น

การันตีความปลอดภัยการบริการจัดส่ง

รักษานิ่ว ง่ายๆ ไม่ต้องรับการผ่าตัด

การบริการจัดส่งสินค้าเป็นกระบวนการสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม เพราะสามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้ดี โดยทำให้ลูกค้ามีความพึงพอใจในการใช้บริการของเราให้มากที่สุด ทางเราก็ให้ความสำคัญการบริการจัดส่งด้วยเหมือน เพื่อให้ลูกค้าไว้วางใจและเชื่อใจเราให้มากที่สุด หากลูกค้าท่านใดสนใจต้องสั่งซื้อสมุนไพรธนทร สามารถติดต่อสอบถามได้เลย สมุนไพรธนทรขายราคาไม่แพงและเราก็มีบริการจัดส่งสินค้าทั่วไทย การันตีการบริการจัดส่งสินค้า 3 ข้ออย่างด้วยกันคือ ตอบไว จัดส่งเร็ว และสินค้าปลอดภัยอย่างแน่นอนครับ 

สมุนไพรธนทร ราคาเท่าไหร่?

รักษานิ่ว ง่ายๆ ด้วยยาสมุนไพรธนทร ราคาสุดคุ้ม!!


โดยตามปกติสินค้าที่มีคุณภาพมักจะขายในราคาที่สูง ด้วยการนำวัตถุดิบที่มีคุณภาพมาผลิตเป็นสินค้าขึ้นมา สำหรับสมุนไพรได้ใช้สมุนไพรที่มีสรรพคุณการรักษามากมาย ซึ่งหลายคนจะคุ้นหูคุ้นตาเป็นอย่างดี เช่น เห็นหลินจือ ถั่งเช่า อบเชย เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีสมุนไพรอื่นๆ อีกหลายชนิดที่เราไม่ได้ยกตัวอย่างมา ล้วนเป็นสมุนไพรชั้นเลิศใช้สกัดเป็นยาสมุนไพรธนทรครับ

ถ้าคิดตามปกติ สมุนไพรธนทรต้องมีราคาสูง แต่เราจะขายให้กับลูกค้าในราคาถูก จากราคาปกติอยู่ที่ 1,990 บาท ลดเหลือแค่เพียง 1,350 บาท เราประหยัดเงินได้ทั้งหมด 640 บาท เลยครับ ถ้าหากลูกค้าสั่งซื้อ 2 กล่อง ปกติราคารวมอยู่ที่ 3,980 บาท เราลดให้เหลือเพียง 2,500 บาท เลยครับ เราประหยัดเงินได้ 1,480 บาท เลยครับ ราคานี้ลูกค้าไม่ควรพลาด รับสั่งซื้อเลยครับ

สรุป

อ่านมาถึงจุดนี้แล้วเป็นยังไงกันบ้างครับ สำหรับวิธี รักษานิ่ว แบบง่ายๆ โดยไม่ต้องผ่าตัด เพียงแค่ดื่มยาสมุนไพรธนทร สามารถช่วยให้คุณหายจากโรคนิ่วได้ เพราะยาสมุนไพรธนทรจะช่วยสลายก้อนนิ่วที่อยู่ในร่างกายเราได้และไม่ต้องกังวลว่าหากดื่มแล้วจะส่งผลข้างเคียงใดๆ กับร่างกาย ด้วยยาสมุนไพรตัวนี้สกัดด้วยสมุนไพรชั้นดี ไม่เป็นอันตรายต่อร่างกายเราอย่างแน่นอนครับ

หวังว่าเนื้อที่ได้เตรียมไว้นี้ จะสามารถช่วยแก้ปัญหาเรื่องโรคนิ่วได้น่ะครับ หากกลัวการผ่าตัดเอาก้อนนิ่วในร่างกายออก ลองหันมาใช้ยาสมุนไพรธนทรดูก่อน อาจได้ผลกว่าที่คิดไว้ก็ได้น่ะครับ  หากสนใจที่จะซื้อสมุนไพรธนทร สามารถติดต่อมาได้เลยหรือมีอะไรอยากสอบถาม เรายินดีให้คำแนะนำครับ  


บทความแนะนำ


“ ถ้าคุณรู้สึกว่า ปัสสาวะบ่อยมากขึ้น อย่าชะล่าใจไปครับ เพราะจะเสี่ยงเป็นโรคอันตรายได้ครับ มีอะไรบ้างนั้น บทความนี้มีคำตอบให้ ”
Posted on Leave a comment

อย่าชะล่าใจ! ปัสสาวะบ่อย เสี่ยงเป็นโรคอันตรายอะไรบ้าง?

อย่าชะล่าใจ! ปัสสาวะบ่อย เสี่ยงเป็นโรคอันตรายอะไรบ้าง?

ปัสสาวะบ่อย หลายๆ คนอาจมองว่าเป็นอาการปกติทั่วไป คิดไปเองว่าบางวันอาจจะกินน้ำมากไปหน่อย หรืออากาศหนาวไปหน่อย ปล่อยปะละเลยไป จนลืมเช็คความผิดปกติที่เกิดขึ้น จนมาถึงวันที่ต้องเข้าพบแพทย์ และวินิจฉัยว่าเป็นโรคอันตรายต่างๆ คิดจะป้องกันโรคเหล่านี้ รู้ตัวอีกทีก็ดันสายเกินแก้แล้วนี้สิ!

วันนี้ เราเลยอยากให้ทุกคนได้มาเช็คสุขภาพร่างกายของคุณกันก่อนว่า คุณเป็นหนึ่งในคนที่เสี่ยงเป็นโรคอันตราย ที่เกิดจากอาการปัสสาวะบ่อยหรือไม่? สาเหตุเกิดจากอะไร? และเป็นหนักถึงขั้นไหน? ที่จะต้องรีบเข้าไปพบแพทย์ ไปเช็คพร้อมๆ กันเลยค่ะ!


อาการปัสสาวะบ่อย

อาการปัสสาวะบ่อย เป็นอาการที่หลายๆ คนคงเคยประสบปัญหาเหล่านี้ ซึ่งจะพบได้บ่อย หลังจากที่เราดื่มน้ำในปริมาณมาก หรืออยู่ในสถานที่ ที่มีอุณหภูมิต่ำเกินไป แต่ไม่เพียงแค่นั้น เพราะอาการปัสสาวะบ่อย จะพบได้ในผู้ที่เป็นโรคอันตรายต่างๆ ด้วยเช่นกัน ดังนั้นถ้าคุณเป็นคนหนึ่งที่มีอาการเหล่านี้ อย่าชะล่าใจ! รีบสังเกตอาการให้ละเอียด หรือเข้าพบแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุต่อไป

อาการปัสสาวะบ่อย

สาเหตุที่ทำให้ปัสสาวะบ่อย

สำหรับใครที่ไม่ได้เป็นโรคร้ายแรง สาเหตุของอาการปัสสาวะบ่อย อาจเกิดจากการดื่มน้ำ กินอาหารมากเกินไป หรือบางวันมีอากาศต่ำกว่าปกติ มีอากาศหนาว หรือวันที่ฝนตก ทำให้ร่างกายต้องปรับอุณหภูมิเพื่อให้ร่างกายสมดุล ก็ถือว่าเป็นอาการปกติทั่วไป ไม่อันตรายแต่อย่างใด

ปัสสาวะบ่อย เเค่ไหนถึงผิดปกติ ?

ทุกคนคงสงสัยกัน แล้วปัสสาวะบ่อยแค่ไหน? ถึงผิดปกติล่ะ ซึ่งโดยทั่วไป ในหนึ่งวัน มนุษย์เราจะปัสสาวะอย่างน้อย 6-8 ครั้ง เฉพาะกลางคืนเราจะปัสสาวะประมาณ 1-2 ครั้งเท่านั้น แต่ถ้าคุณเป็นคนที่ต้องลุกเข้าห้องน้ำบ่อยๆ ปัสสาวะเกิน 2 ครั้งขึ้นไป ในตอนกลางคืน ถือว่าเข้าข่ายเสี่ยงเป็นโรคอันตรายอยู่ ต้องรีบหาวิธีรักษาโดยด่วน

ปัสสาวะบ่อยเสี่ยงโรคอะไรบ้าง ?

ปัสสาวะบ่อยเสี่ยงโรคอะไรบ้าง ?

ปัสสาวะบ่อยจนผิดปกติ เป็นสิ่งที่คุณไม่ควรมองข้าม เพราะมันสามารถบ่งบอกว่าคุณเป็นโรคอันตรายต่างๆ ดังนี้

  • โรคเบาหวาน
    ร่างกายมีระดับน้ำตาลในเลือดสูงกว่าปกติ ทำให้ไตไม่สามารถกรองน้ำตาลส่วนเกินกลับเข้าสู่เลือด จึงปล่อยปัสสาวะมาพร้อมน้ำตาลที่กรองไม่ได้กัน ทำให้คนที่เป็นโรคเบาหวานมีอาการปัสสาวะบ่อยและมีปริมาณมากกว่าปกติอีกด้วย
  • โรคไตเรื้อรัง
    เมื่อเป็นโรคไตการทำงานของไตจะเสื่อมสภาพลง ทำให้ผู้ป่วยปัสสาวะบ่อยตอนกลางคืน
  • โรคระบบทางเดินปัสสาวะ
    ผู้ที่ประสบปัญหาโรคระบบทางเดินปัสสาวะ เช่น กระเพาะปัสสาวะอักเสบ หรือกระเพาะปัสสาวะบีบตัวไวเกิน ทำให้มีอาการปัสสาวะบ่อย กะปริบกะปรอย และรู้สึกปวดเมื่อปัสสาวะ
  • โรคต่อมไร้ท่อผิดปกติ
    เช่นโรคเบาจืด โรคคุชชิง(Cushing Syndromes) ก็จะมีอาการปัสสาวะบ่อย
  • โรคทางระบบสืบพันธุ์
    ใครที่เป็นโรคทางระบบสืบพันธุ์ เช่นโรคเนื้องอกในมดลูกหรือรังไข่ของผู้หญิง จะทำให้มีอาการปัสสาวะบ่อยมากขึ้น เนื่องจากเนื้องอกที่โตขึ้น จนไปเบียดกระเพาะปัสสาวะ หรือในผู้ชายที่มีอาการต่อมลูกหมากโต ทำให้ปัสสาวะบ่อย ปัสสาวะลำบาก หรือโรคนิ่วในไต
  • เป็นต้นภาวะตั้งครรภ์
    ในผู้หญิงที่ตั้งครรภ์นั้น มดลูกจะโตขึ้นเรื่อย ทำให้ไปเบียดกับกระเพาะปัสสาวะ ทำให้กระเพาะปัสสาวะมีความจุน้อย และปัสสาวะบ่อยขึ้น
  • ยาหรือสารบางชนิด
    อาการปัสสาวะบ่อย ซึ่งบางทีอาจจะเกิดจาก ยาหรือสารบางชนิด เช่น ยาขับปัสสาวะ และสารคาเฟอีน หรือแอลกอฮอล์

อาการร่วมแบบไหน? ถึงต้องมาพบเเพทย์

หากคุณมีอาการปัสสาวะบ่อยเกินไป และมีอาการร่วมที่ผิดจากปกติไป คุณควรต้องรีบเข้าพบแพทย์เพื่อวินิจฉัยอาการทันที เช่น

  • ปัสสาวะมีเลือด หรือปัสสาวะมีสีขุ่น
  • ปัสสาวะมีสีแดง หรือน้ำตาลเข้ม
  • มีอาการเจ็บหรือปวดขณะปัสสาวะ รวมไปถึงปวดบริเวณท้องน้อย
  • กลั้นปัสสาวะไม่ได้ หรือปัสสาวะลำบาก ต้องเบ่งออกมา
  • มีอาการไข้ร่วมด้วย

วิธีการรักษาอาการปัสสาวะบ่อยเบื้องต้น

  • หากอาการปัสสาวะบ่อยเกิดจากการดื่มน้ำ ก็อาจจะลดปริมาณให้น้อยลง หลีกเลี่ยงอาหารที่กระตุ้นให้ปวดปัสสาวะ
  • ปัสสาวะให้สุด เพราะอาจมีปัสสาวะค้างอยู่ในท่อปัสสาวะ หรือกระเพาะปัสสาวะ หลังจากฉี่เสร็จ ให้นั่งรอสักครู่ แล้วจะรู้สึกปวดอีกนิดๆ ให้ฉี่ต่อให้เสร็จ จะช่วยให้คุณไม่ต้องลุกมาปัสสาวะบ่อยๆ
  • หรือหากใครที่มีอาการปัสสาวะบ่อย แล้วมีอาการร่วมด้วย จนทำให้รบกวนการใช้ชีวิตประจำวันมาก ๆ ให้รีบเข้าพบแพทย์ เพื่อหาวิธีรักษา
  • อาหารเสริมต่างๆ ที่สามารถช่วยอาการเหล่านี้ได้ ยิ่งในปัจจุบัน อาหารเสริมต่างๆ มีประสิทธิภาพ ผลิตมาจากสมุนไพร ได้รับการยอมรับจากผู้ที่ป่วยจริงๆ แล้วสามารถรักษาจนหายไปได้ แต่ก็ต้องตรวจสอบให้แน่ใจ ว่าได้รับการรับรององค์การอาหารและยา หรือไม่


ยาน้ำสมุนไพร “ธนทร”

ยาน้ำสมุนไพร “ธนทร” สกัดจากสมุนไพรธรรมชาติชั้นเลิศเกือบ 100 ชนิด ช่วยเสริมสร้างการทำงานของร่างกาย
รักษาอาการปัสสาวะบ่อย ปัสสาวะลำบาก เจ็บแสบขณะปัสสาวะ และยังเสริมภูมิคุ้มกันให้ร่างกาย ดูและระบบไหลเวียนเลือดของร่างกาย
ไม่มีแอลกอฮอล์ ไม่มีสิ่งตกค้าง ไม่มีสารเคมี

สมุนไพร,ธนทร,นิ่ว,นิ่วในไต,นิ่วในกระเพาะปัสสาวะ,รักษานิ่ว,ปัสสาวะขัด,ยาน้ำ

สรุป

อาการปัสสาวะบ่อย หลายคนอาจมองว่าไม่ใช่ปัญหาใหญ่อะไร แต่ถ้าปล่อยไปนานๆ นอกจากจะรบกวนการใช้ชีวิตประจำวันแล้ว อาจเสี่ยงต่อการเป็นโรคอันตรายได้ด้วย ดังนั้นเราควรรักษาอย่างทันถ่วงที หรือหากคนไหนที่มีอาการร่วมที่เสี่ยงต่อโรคอันตราย ก็ควรรีบเข้าพบแพทย์ทันที เราหวังว่าบทความที่เราได้เตรียมมาทั้งหมดนี้ สามารถช่วยให้ทุกคนได้เช็คอาการที่เสี่ยงต่อการเป็นโรคอันตราย เพื่อป้องกันและรักษาให้หายก่อนจะเกิดอันตรายไปมากกว่านี้


บทความเเนะนำ
“ รู้จักกับนิ่วในไต เเละ 9 อาการเเบบไหน? ที่บ่งบอกว่าคุณเป็น นิ่วในไต มีวิธีป้องกันเเละรักษาอย่างไรบ้าง? ไปดูกัน! ”

Posted on Leave a comment

ยาน้ำสมุนไพร ธนทร ดีไหม? มีคุณสมบัติสลายนิ่วจริงหรือไม่

สมุนไพร,ธนทร,นิ่ว,นิ่วในไต,นิ่วในกระเพาะปัสสาวะ,รักษานิ่ว,ปัสสาวะขัด,ยาน้ำสมุนไพร ธนทร ดีไหม? มีคุณสมบัติสลายนิ่วจริงหรือไม่

สมุนไพร เป็นอีกทางเลือกหนึ่งในการรักษาโรคต่างๆ ได้ สมุนไพรชนิดต่างๆ จะมีราคาที่ถูกกว่า ซึ่งช่วยเราประหยัดค่าใช้จ่ายได้มาก ถึงแม้ในปัจจุบันนี้คนส่วนใหญ่จะนิยมการแพทย์แผนปัจจุบันอย่างมากก็ตาม แต่สมุนไพรก็มีสรรพคุณในการรักษาโรคได้ไม่แพ้การรักษาด้วยการแพทย์ในปัจจุบันเลย จึงทำให้ผู้ประกอบการหลายคนหันมาใส่ใจในการผลิตยาสมุนไพรขึ้นมา เพื่อจำหน่ายแก่ผู้บริโภค ที่ป่วยเป็นโรคต่างๆ

ยาน้ำสมุนไพร ธนทร เป็นยาสมุนไพรที่ถูกผลิตออกมาเป็นพิเศษ โดยใช้สมุนไพรชั้นเลิศในการสกัดออกมาเป็นยาสมุนไพรขึ้นมา สมุนไพรธนทรจะเน้นเป็นยาสมุนไพรสลายนิ่วเป็นส่วนใหญ่ ในวันนี้ผมก็จะมาพูดถึง ยาสมุนไพรธนทร กันว่ามีสรรพคุณ และ มีอะไรที่น่าสนใจบ้าง งั้นเราไปดูกันครับ มีดังนี้


เปรียบเทียบยาสมุนไพร กับยาแผนปัจจุบัน

ยาสมุนไพร

ยาน้ำสมุนไพร ธนทร

ยาสมุนไพร เป็นการรักษาที่ไม่รวดเร็ว ต้องบริโภคอย่างสม่ำเสมอจนอาการดีขึ้น การรักษาหายช้าไม่ใช่ว่าเป็นเรื่องที่แย่เสมอไป เพราะบางโรคก็ต้องสังเกตุอาการไปเรื่อยๆ ว่ามีอาการดีขึ้นหรือไม่ และมีผลข้างเคียงรึเปล่า โดยส่วนใหญ่ยาสมุนไพรจากธรรมชาติจะรักษาเห็นผลช้าก็จริง แต่ไม่มีผลข้างเคียง หรือสารตกค้าง

ยาแผนปัจจุบัน

ยาน้ำสมุนไพร กับ ยาแผนปัจจุบันต่างกันอย่างไร

ยาแผนปัจจุบัน เป็นยารักษาที่เห็นผลได้เร็วกว่ายาสมุนไพร แต่ก็ไม่ได้หมายความว่ายาแผนปัจจุบันดีกว่ายาสมุนไพรเสมอไป ตรงกันข้ามหากรับยาแผนปัจจุบันในปริมาณมากๆ อาจมีสารตกค้างในร่างกายเราได้ เพราะยาแผนปัจจุบันจะประกอบไปด้วยส่วนผสมทางเคมี ที่จะส่งผลทางปฎิกิริยาเคมีกับร่างกาย

ดังนั้น หากรับยาแผนปัจจุบันปริมาณมากจะเป็นอันตรายกับร่างกายเราได้ ในทางที่ดีนั้นเราต้องได้รับคำแนะนำจากแพทย์ด้วยน่ะครับ

ข้อมูลย่อๆ ของสมุนไพรธนทร

  • เป็นยาสมุนไพรที่มีคุณสมบัติสลายก้อนนิ่วในไต และนิ่วในถุงน้ำดีได้
  • สมุนไพรที่ใช้สกัดเป็นยา เราจะคัดสรรสมุนไพรชั้นเลิศที่มีฤทธิ์ทางยา
  • ใช้วิธีสกัดแบบสเปรย์ดรายจากประเทศญี่ปุ่น เพื่อให้ได้ตัวยาแบบเข้มข้น
  • เป็นยาสมุนไพรที่ไม่มีส่วนผสมสารเคมี และแอลกอฮอลล์
  • มีความปลอดภัยต่อร่างกาย 100%
  • สามารถทานได้ทุกอายุ และทุกวัย
  • ยี่ห้อเดียว แต่จะแยกยา และแยกเพศ เพื่อเหมาะกับเพศนั้นๆ 

มารู้จักสมุนไพรธนทร

ยาน้ำสมุนไพร ธนทร ดีหรือไม่

ยาสมุนไพรธนทร เป็นสมุนไพรที่จะเน้นในการรักษานิ่ว โดยที่เราได้ค้นหาสมุนไพรชนิดต่างๆ ที่มีคุณสมบัติในการรักษาโรคนิ่ว แล้วมาสกัดเป็นยาน้ำสมุนไพรธนทรจนถึงทุกวันนี้ และสมุนไพรที่เราใช้ในการสกัดนั้นล้วนเป็นสมุนไพรชั้นเลิศ ที่มีสรรพคุณในการรักษาอย่างดี ยกตัวอย่างเช่น ถั่งเช่า อบเชย ฮกเหล็ง เห็ดหลินจือ เป็นต้น นอกจากสมุนไพรที่ผมกล่าวไปนั้นยังมีสมุนไพรอื่นๆ อีกมากมาย

หากคุณกลัว หรือกังวลว่า เมื่อทานเข้าไปแล้วจะปลอดภัยหรือไม่ สำหรับเรื่องนี้เราการันตีเรื่องความปลอดภัย 100% และไม่มีผลข้างเคียงใดๆ เลยครับ ยาสมุนไพรธนทรของเราได้รับใบกำกับยา จาก อ.ย. มีความปลอดภัยอย่างแน่นอนครับ

สมุนไพรธนทรมีกี่ชนิด

ยาสมุนไพรธนทร จะมีอยู่ 2 ชนิด คือขวดสีเขียว  และขวดสีแดง ทั้ง 2 ชนิดนี้จะมีความแตกต่างกัน สำหรับสมุนไพรขวดสีเขียวจะเป็นส่วนของผู้ชาย และสมุนไพรขวดสีแดงจะเป็นส่วนของผู้หญิง หลายคนคงสงสัยใช่ไหมครับว่า ทำไหมต้องแยกเพศด้วย เพราะว่าอวัยวะต่างๆ ของผู้ชายและผู้หญิงจะมีความแตกต่างกัน เวลาจะกินยาสมุนไพรธนทร ให้เลือกกินยาตามสีขวดเลยครับ ผลของสมุนไพรจึงจะแสดงผลได้มากที่สุด


สมุนไพรขวดสีเขียว

ยาน้ำสมุนไพร ธนทรขวดสีเขียว

จุดเด่นสมุนไพรขวดสีเขียว

สมุนไพรธนทรขวดสีเขียว มีคุณสมบัติมากมาย แต่โดยหลักๆ แล้ว จะเน้นไปทางการสลายนิ่วในไต และสลายนิ่วในถุงน้ำดี นอกจากนี้ยังเป็นยาบำรุงกำลัง ช่วยให้นอนหลับสนิท รักษาโรคตับ ไต เบาหวาน ความดัน และอื่นๆ

สมุนไพรขวดสีแดง

ยาน้ำสมุนไพร ธนทรขวดสีแดง

จุดเด่นสมุนไพรขวดสีแดง

สมุนไพรธนทรขวดสีแดง จะเป็นสมุนไพรที่เหมาะสำหรับผู้หญิง ซึ่งมีคุณสมบัติในการสลายนิ่วในไต และนิ่งในถุงน้ำดี นอกจากนี้สามารถใช้รักษาบำรุงโลหิต การเสริมสร้างฮอร์โมนของร่างกาย ลดอาการปวดท้องประจำเดือน และยังมีคุณสมบัติอื่นๆ อีก

ยาสมุนไพรธรใช้สมุนไพรชนิดใดบ้าง

สมุนไพรแต่ละชนิดมีความสำคัญในการรักษาโรคเป็นอย่างมาก ถึงแม้ในปัจจุบันนี้ไม่ค่อยได้รับความนิยมแล้วก็ตาม แต่สมุนไพรก็ยังมีคุณค่าในการรักษาโรคต่างๆ ได้ดีเช่นเคย สมุนไพรแต่ละชนิดมีสรรพคุณที่แตกต่างกัน เราจะยกตัวอย่างสมุนไพร 8 ชนิดที่ใช้ในการสกัดยาสมุนไพรธนทร พร้อมกับคุณสมบัติต่างๆ ว่ามีอะไรบ้าง มีดังนี้

ยาน้ำสมุนไพร ธนทร ใช้สมุนไพรชนิดไหนบ้าง
  • เห็ดหลินจือ
    มีสรรพคุณ : จะคืนความสมดุลแก่ร่างกาย เหมาะกับผู้ที่เป็นโรคระบบทางเดินอาหาร โรคกระเพาะอักเสบ สำไส้อักเสบ ระบบทางเดินหายใจ ช่วยให้ระบบไหลเวียนโลหิตดีขึ้น และอื่นๆ
  • ถั่งเช่า
    มีสรรพคุณ : ฟื้นฟูสมรรถภาพของไต เหมาะกับผู้ป่วยที่เป็นโรค นิ่วในไต ไตอักเสบ เสริมภูมิคุ้มกันให้กับผู้ป่วยเป็นโรคไต ชะลอความแก่ บำรุงร่างกาย ดูแลและบรรเทาโรคต่อมลูกหมาก ปรับความดันของโลหิตในร่างกาย
  • โสมคน
    มีสรรพคุณ : ต่อต้านความเมื่อยล้า ทำให้ร่างกายปลดปล่อยพลังงานมาใช้อย่างมีประสิทธิภาพ เร่งฟื้นฟูสมรรถภาพของคนไข้ กระตุ้นให้ร่างกายเสริมสร้าง เพิ่มภูมิคุ้มกันให้กับร่างกาย
  • อบเชย
    มีสรรพคุณ : ปกติมักใช้เป็นเครื่องเทศในการประกอบอาหาร ซึ่งมีประโยชน์ต่อร่างกายมากมายเช่น ช่วยสมานแผล ป้องกันอาการท้องร่วง มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ ต้านการอักเสบ ลดระดับน้ำตาลในเลือด
  • โต่วต๋ง
    มีสรรพคุณ : เป็นชื่อของต้นไม้ที่มีกิ่ง ก้าน เปลือก และใบ ใช้ในการทำยาบำรุงร่างกาย เช่น ช่วยบำรุงไตและตับ บำรุงกระดูกและเอ็น แก้อักเสบ ปวดกล้ามเนื้อ ปวดหลัง และอื่นๆ
  • บอระเพ็ด
    มีสรรพคุณ : มีลักษณะทรงกลมมีผิวที่ขรุขระเป็นปุ่ม ช่วยในการบำรุงกำลัง รักษาผื่นตามร่างกาย เป็นยาอายุวัฒนะ ขับเสมหะ บรรเทาอาการเกิดฝี เป็นต้น
  • ปาเก็ก
    มีสรรพคุณ : บำรุงและบรรเทาอาการ การเกิดไตวาย เสริมการทำงานของไต เสริมสมรรถภาพทางเพศ เสริมเอ็นให้แข็งแรงขึ้น ช่วยอาการปวดเมื่อหลังและหัวเข่า
  • ฮกเหล็ง
    มีสรรพคุณ : เป็นส่วนผสมที่สำคัญ มีประโยชน์ในการบำรุงร่างกาย เช่น บำรุงม้าม บำรุงกระเพาะ ช่วยย่อยอาหาร ขับปัสสาวะ บรรเทาอาการบวมน้ำ เสริมสมรรถภาพทางเพศ เสริมความจำ

สมุนไพรธนทรการันตีคุณภาพ

เรามั่นใจเลยว่า สมุนไพรธนทรที่เราสกัดออกมานั้นมีคุณภาพแน่นอน เพราะสมุนไพรส่วนใหญ่ที่เราใช้นั้นเป็นสมุนไพรชั้นเลิศ มีสรรพคุณด้านยามากมาย และไม่ส่งผลกระทบใดๆ ที่เป็นอันตรายต่อร่างกายเลย สมุนไพรธนทรที่มีสรรพคุณหลักๆ ในการรักษาคือ สามารถสลายก้อนนิ่วในไต และนิ่วในถุงน้ำดีได้ดี ลูกค้าที่บริโภคส่วนใหญ่ต่างก็บอกว่าสามารถขับก้อนนิ่วออกมาได้จริง เป็นเรื่องที่น่ายินดีเป็นอย่างมาก

และไม่ต้องกังวลเลยว่ากินแล้วจะส่งผลต่อร่างกายไหม เรารับประกันความปลอดภัย 100% เพราะเราผ่านกระบวนการตรวจสอบจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ด้านสมุนไพรโดยโรงงานที่ได้มาตรฐาน ผ่านการรับรองจาก อ.ย. และฮาลาล ได้รับการจดทะเบียนในหมวดยาแผนโบราณเป็นที่เรียบร้อยครับ

ยาน้ำสมุนไพร ธนทรน่าเชื่อถือไหม

จึงทำให้สมุนไพรธนทรได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ จนถึงปี 2016 ได้รับรางวัลธุรกิจผลิตภัณฑ์ดีเด่น Top brand awaards 2016 ในปี พ.ศ 2559 ได้รับรางวัลบุคคลต้นแบบ สุดยอดผู้นำ นักบริหาร แห่งปี พ.ศ 2559 กับนายสุภชัย สมจิตร ประธานบริษัท ทรีนีตี้ จำกัด และสุดท้าย ได้รับรางวัลผลิตภัณฑ์ส่งเสริมความสัมพันธ์ ไทย พม่า ปี 2560 หรือ Prestigious Thai – Myanmar Relations award 2017

สรุป

วันนี้ทุกคนน่าจะมีความเข้าใจเกี่ยวกับเรื่องสมุนไพรมากขึ้นน่ะครับ ว่ามีความสำคัญอย่างไร อย่างที่ได้บอกไปว่าสมุนไพรแต่ละชนิดมีสรรพคุณที่พิเศษที่แตกต่างกัน สามารถรักษาโรคต่างๆ ได้มากมาย เราจึงนำมาสกัดมาเป็น ยาน้ำสมุนไพร ธนทร โดยเราจะคัดสรรสมุนไพรชั้นเลิศ เพื่อสกัดเป็นยาออกมาให้มีคุณภาพมากที่สุด และสมุนไพรธนทรมีคุณสมบัติการรักษามากมาย แต่หลักๆ ก็เน้นการสลายก้อนนิ่วในไต และสลายนิ่วในถุงน้ำดีซะมากกว่า และหวังว่าเนื้อหาที่ผมได้จัดเตรียมไว้นี้จะสามารถเป็นทางเลือกในการรักษาโรคต่างๆ ได้น่ะครับ หากมีอะไรที่ยังสงสัยอยู่สามารถเข้ามาสอบถามได้เลยครับ เรายินดีให้คำปรึกษา

บทความแนะนำ
“ เป็นนิ่วถุงน้ำดี ห้ามกินอะไร มาหาคำตอบในบทความ นิ่วในถุงน้ำดี ห้ามกินอะไรบ้าง เพื่อลดความเสี่ยงของโรคนิ่ว และข้อมูลอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับนิ่วในถุงน้ำดี ”
Posted on Leave a comment

นิ่วในถุงน้ำดี ห้ามกินอะไรบ้าง เพื่อลดความเสี่ยงของโรคนิ่ว

นิ่วในถุงน้ำดี ห้ามกินอะไรบ้าง เพื่อลดความเสี่ยงของโรคนิ่ว

หลายคนอาจจะมองว่า นิ่วในถุงน้ำดี จะมีอาการที่ไม่รุนแรงมากนัก และสามารถรักษาได้ แต่รู้หรือไม่ว่า หากเกิดสภาวะแทรกซ้อน หรือมีการตกตะกอนของสารอาหารที่ได้รับมาจะทำให้เกิดก่อนนิ่ว ถ้าหากหลุดเข้าไปในท่อน้ำดี หรือท่อตับอ่อน อาจทำให้ร่างกายเราเสี่ยงอัตรายได้ และอาจถึงขั้นเสียชีวิตเลยก็ว่าได้ อย่างไรก็ตามเราควรระวังไว้ก่อนจะเป็นผลดีกับเรามากกว่าครับ

สาเหตุที่ทำให้เกิดก่อนนิ่วได้นั้น จะมีอยู่หลายสาเหตุด้วยกัน แต่สาเหตุหลักๆ หรือสาเหตุที่เกิดบ่อยที่สุดคือ สารอาหารชนิดต่างๆ ที่รับประทานเข้าไปในแต่ละวันที่มีปริมาณมากไป จะเกิดการสะสมของก้อนนิ่วได้ และในวันนี้ผมจะมาพูดถึง โรคนิ่ว ห้ามกินอะไรบ้าง ถึงจะหลุดพ้นของโรคนิ่วได้ จะเป็นเช่นไรบ้างนั้น มาดูกันครับ


นิ่วในถุงน้ำดีเกิดจากอะไร

ถ้าเรากังวลเรื่องนิ่วถุงน้ำดี เราก็ควรให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ไว้ก็ดีครับ เพราะสาเหตุของการเกิดนิ่วนั้น จะเป็นส่วนช่วยให้เราเข้าใจถึงต้นเหตุของการเกิดก้อนนิ่วได้ และสามารถรับมือป้องกันไม่ให้เกิดขึ้นกับตัวเราได้ เรียนรู้และทำความเข้าใจสักนิดยังดีกว่าไม่รู้อะไรเลยใช่ไหมครับ

โดยปกติถุงน้ำดีจะทำหน้าที่จะเก็บสะสมน้ำดีที่ตับสร้างไว้ เพื่อใช้น้ำดีย่อยสารอาหารประเภทไขมันได้ น้ำดีจะประกอบไปด้วย สารคอเลสเตอรอล กรดน้ำดี สารฟอสโฟไลปิด และสารอื่น ๆ หากสารอาหารที่ได้กล่าวไว้นั้นมีสัดส่วนที่ไม่เท่ากัน จะทำให้เกิดการตกผลึก จนสะสมกลายเป็นก้อนนิ่วขึ้นมานั้นเองครับ นิ่วถุงน้ำดีเราจะแบ่งเป็น 2 ชนิด คือ นิ่วชนิดที่เกิดจากคอเลสเตอรอล และนิ่วที่เกิดจากสารบิลิรูบิน

อาหารที่มีความเสี่ยงที่จะเป็นนิ่ว

รู้หรือไม่ สารอาหารที่เราบริโภคในแต่ละวันจะมีความเสี่ยงที่จะเป็นนิ่วได้ครับ การจะบริโภคอาหารแต่ละชนิดเราก็ควรระวังด้วย เพราะสารอาหารบางชนิดรับปริมาณมากเกินไปจะไม่เป็นผลดีต่อร่างกายของเรา โดยเฉพาะพวกไขมัน หรืออาหารที่มีคอเลสเตอรอลสูง เช่น อาหารทอด เนื้อสัตว์ที่ติดมัน เนยเค็ม ปอด ตับ เป็นต้น นอกจากนี้พวกอาหารทะเลบางชนิดก็มีไขมัน เช่น ปลาหมึก ปู หอย และอื่นๆ อีกมากมาย

นิ่วในถุงน้ำดี ห้ามกินอาหารอะไรบ้าง

นอกจากที่ยกตัวอย่างมานี้ ยังมีอาหารชนิดอื่นๆ อีกมาก จำไว้ว่าอาหารที่มีไขมัน เราควรบริโภคให้น้อยลง ถึงแม้จะเป็นอาหารจานโปรดของเราก็ตาม เพื่อสุขภาพร่างกายที่ดี ก็มีความคุ้มค่าที่จะทำ เพราะสุขภาพร่างกายของเรามีความสำคัญมากกว่า เรื่องอาหารยังมีอาหารชนิดอื่นๆ อีกมากที่เราสามารถบริโภคได้ นอกจากเรื่องกินแล้วการออกกำลังกายเป็นประจำ และดื่มน้ำเปล่าให้เพียงพอ จะช่วยลดความเสี่ยงของโรคนิ่วได้ครับ

ต้องกินอาหารอะไร จะลดความเสี่ยงโรคนิ่วได้

นิ่วในถุงน้ำดี ควรบริโภคอาหารชนิดไหน

เชื่อว่าหลายคนรักในการกินอาหารต่างๆ ยิ่งเป็นเมนูโปรดของเราด้วย ก็ยิ่งทำให้เราตัดใจเมนูนั้นได้ยาก คนส่วนใหญ่เลยไม่อยากจำกัดในการกินอาหารใช่ไหมครับ แต่ก็ควรให้ความสำคัญเรื่องสุขภาพร่างกายของเราด้วย แน่นอนว่าสุขภาพร่างกายของเรามีความสำคัญมากกว่า หากเกิดโรคนิ่วขึ้นมา เราไม่อาจทนรับอาการเจ็บปวดได้ไว ในทางที่ดีนั้น บริโภคอาหารที่ไม่มีความเสี่ยงต่อร่างกายของเรา หากอยากกินจริงๆ ควรบริโภคให้น้อยๆ เพื่อลดความเสี่ยงที่จะเกิดได้

อาหารประเภทโปรตีนที่สามารถกินได้ ต้องเป็นสารอาหารที่มีคอเลสเตอรอลต่ำ เช่น เนื้อไก่ อกไก่ เนื้อปลา นม ไข่ขาว เป็นต้น อาหารประเภทไขมันที่สามารถกินได้ เช่น ถั่วเปลือกแข็ง หากอยากทอดอาหาร ให้เลือกน้ำมันที่ไม่อืมตัว ส่วนอาหารอื่นๆ ที่สามารถกินได้ ก็จะเป็นพวก ผัก ผลไม้ ข้าวกล้อง ข้าวโอ๊ต นมสด นมเปรี้ยว โยเกิร์ต และอื่นๆ

พฤติกรรมเสี่ยงอะไรบ้าง ส่งผลให้เป็นนิ่วได้

นิ่วในถุงน้ำดี เกิดจากอะไร

โรคนิ่ว เป็นอาการที่เราจะสังเกตุได้ค่อนข้างยาก เพราะช่วงแรกๆ ของอาการจะไม่แสดงอาการใดๆ ออกมาให้เห็นเลย รู้ตัวอีกทีก็มีก้อนนิ่วในร่างกายเราแล้ว ดังนั้นก่อนจะเป็นนิ่ว เราควรหาวิธีรับมือไว้ก่อน โดยเรียนรู้พฤติกรรมต่างๆ ที่มีความเสี่ยงที่ก่อให้เกิดก้อนนิ่ว และอาจเป็นไปได้ว่าเราทำพฤติกรรมเหล่านี้อยู่ตลอดเวลาก็ได้ งั้นเรามาเช็คกันดีกว่าครับ ว่ามีพฤติกรรมไหนบ้าง มีดังนี้

  • เป็นคนที่ชอบกินอาหารที่มีไขมัน หรืออาหารที่มีคอเลสเตอรอลสูงรึเปล่า ถ้ากินอยู่ตลอดเวลา เราควรลดการบริโภคอาหารชนิดนี้ให้น้อยลง
  • เป็นคนที่ไม่ชอบกินอาหารชนิดไฟเบอร์ เช่น ผัก ผลไม้ เป็นต้น หลังจากนี้เราต้องเริ่มบริโภคอาหารชนิดนี้เพิ่มมาบ้างแล้ว
  • บุคคลที่ชอบกินยาลดไขมันเป็นประจำ มีความเสี่ยงที่จะเป็นนิ่วได้ครับ เราควรบริโภคให้น้อยลง หรือไม่กินเลยก็ดีครับ
  • สำหรับผู้หญิงที่ชอบกินยาคุมกำเนิดเป็นประจำ มีความเสี่ยงที่จะเป็นนิ่วได้หมือนกัน เนื่องจากตัวยาจะกระตุ้นการเพิ่มของปริมาณคอเลสเตอรอลในน้ำดีได้ จะเพิ่มโอกาสที่จะเกิดก้อนนิ่วได้ครับ
  • ลดน้ำหนักอย่างรวดเร็ว ไม่เป็นผลดีกับตัวเราเลย จะเพิ่มความเสี่ยงที่จะเป็นนิ่วได้ เพราะตับจะหลั่งคอเลสเตอรอลออกมามากขึ้น จึงมีโอกาสการตกตะกอนได้มากกว่าเดิมครับ

ไม่มีถุงน้ำดี การบริโภคอาหารก็ยิ่งต้องรู้

โดยปกติตับจะค่อยทำหน้าที่ขับน้ำดีออกมา แล้วถูกเก็บไว้ในถุงน้ำดี เพื่อช่วยในการย่อยอาหารประเภทไขมัน แต่เมื่อถุงน้ำดีถูกตัดออกไปแล้ว การปล่อยน้ำดีนั้นจะทำให้ผู้ป่วยมีอาการเจ็บปวด จะปวดท้อง และท้องเสียเป็นประจำ โดยเฉพาะเวลาเรากินอาหารประเภทไขมัน จะเริ่มแสดงอาการให้เห็น จึงทำให้ผู้ป่วยต้องบริโภคอาหารให้น้อยลง หรือแบ่งอาหารให้เป็นมื้อเล็กๆ เพื่อให้น้ำดีขับออกมาอย่างเหมาะสมกับอาหารที่กิน

นิ่วในถุงน้ำดี อันตรายมากไหม

ผู้ป่วยที่ไม่มีถุงน้ำดี อาหารที่ควรจะบริโภคจะเป็นอาหารประเภทธัญพืช พวกผัก ผลไม้ และอาหารประเภทโปรตีนที่ไม่มีไขมันหรือมีไขมันน้อย ก็จะมี เนื้อไก่ เนื้อปลา แต่ไม่ควรนำไปทอดน่ะครับ พวกเครื่องดื่มที่สามารถดื่มได้จะมี เครื่องดื่มผลไม้ต่างๆ และเครื่องดื่มที่ควรหลีกเลี่ยง จะเป็นเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน เช่นชา กาแฟ น้ำอัดลม เป็นต้น

จะเห็นได้ว่าการสูญเสียถุงน้ำดีไปนั้น จะส่งผลกระทบต่อเรามากแค่ไหน จะจำกัดเรื่องบริโภคอาหารเป็นอย่างมาก ไหนต้องกังวลอาการเจ็บที่อาจเกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลา ทำให้การใช้ชีวิตในแต่ละวันต้องทนทุกข์ทรมารอยู่เป็นประจำที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ เพาะก้อนนิ่วเป็นสาเหตุหลัก ที่ต้องตัดถุงน้ำดีออกไป เมื่อผู้ป่วยอยู่ในอาการวิกฤติ ดังนั้นสำหรับใครที่ยังไม่ตัดถุงน้ำดีออกไป จงปกป้องและรักษาไว้ให้ดีที่สุด เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาที่จะเกิดขึ้นในวันข้างหน้า



สำหรับคนที่ยังกัวลเรื่อง โรคนิ่ว อยู่ผมยังมีอีกหนึ่งตัวช่วย ที่สามารถลดปัญหาที่จะเกิดโรคนิ่วได้ นั้นคือ สมุนไพรธนทร เป็นสมุนไพรที่มีสรรพคุณแก้ปัญหาเรื่องโรคนิ่วได้ สมุนไพรแต่ละชนิดที่เป็นส่วนผสมล้วนเป็นสมุนไพรชั้นเลิศ สามารถแก้ปัญหาโรคนิ่วได้ เรามั่นใจ เพราะผู้ป่วยส่วนมากมีอาการดีขึ้น หลังจากได้ดื่มน้ำสมุนไพรธนทร

สรุป

คงจะรู้ถึงปัญหาของโรคนิ่วกันแล้วใช่ไหมครับ และคงได้รู้ถึงโรคนิ่วเป็นอันตรายต่อร่างกายเรามากแค่ไหน ถึงแม้เราจะรู้ดีว่าโรคนิ่วมีโอกาสเกิดขึ้นได้น้อยกว่าโรคบางชนิด แต่ไม่ใช่ว่าไม่มีโอกาสเกิดขึ้นเลย ดังนั้นเราไม่ควรมองข้ามมันไปเด็ดขาด หากเกิดขึ้นกับเราขึ้นมาจะสร้างปัญหาให้กับเราเป็นอย่างมาก ทางที่ดีนั้นเราไม่ควรจะเสี่ยงกับโรคนี้เลย จะไม่คุ้มกับตัวเรา เราควรแก้ปัญหาด้วยบริโภคอาหารที่ส่งผลดีต่อร่างกายเราให้มาก ผมได้บอกไว้แล้ว อาหารที่ควรบริโภค และอาหารที่ไม่ควรบริโภคมีอะไรบ้าง การเลือกกินอาหารที่ดีคงไม่ใช่ปัญหา หวังว่าเนื้อที่ได้เตรียมไว้นี้ สามารถเป็นประโยชน์ให้กับคุณได้น่ะครับ หากมีอะไรที่ยังสงสัย สามารถสอบถามมาได้เรายินดีให้คำปรึกษา

บทความแนะนำ
“ เป็นนิ่วถุงน้ำดี จะทำอย่างไร ควรไปผ่าตัดเลยดีไหม เรามีคำตอบให้ครับ ด้วย 4 วิธีที่สามารถรักษาก้อนนิ่วได้ และเป็นวิธีที่ปลอดภัย ”
Posted on Leave a comment

นิ่วในไตอันตรายไหม และควรระวังอะไรบ้าง

นิ่วในไตอันตรายไหม และควรระวังอะไรบ้าง

สุขภาพร่างกายเป็นเรื่องสำคัญ คงไม่มีใครที่อยากมีโรคประจำตัว หรือโรคอื่นๆ ไม่ว่าจะร้ายแรงหรือไม่ก็ตาม ในบางครั้งเราก็ไม่สามารถหลีกเลี่ยงเรื่องนี้ได้ ซึ่งทำให้คนส่วนใหญ่กังวลกันไม่น้อยเลย โรคบางชนิดก็มาโดยที่เราไม่รู้ตัว จนไม่ทันสังเกตุ อาทิเช่น นิ่วในไต เชื่อว่าหลายคนอาจจะมองข้ามของโรคนี้กัน แต่รู้หรือไม่ว่า โรคนิ่ว เมื่อแสดงอาการออกมาแล้วจะเจ็บปวดและทรมารมากแค่ไหน คนที่เคยผ่านโรคนี้มาก่อนจะรู้อาการนี้เป็นอย่างดีเลยครับ

ในวันนี้ผมจะมาพูดถึง นิ่วในไตอันตรายไหม จะส่งผลต่อร่างกายของเราอย่างไรบ้าง จะเป็นอันตรายถึงแก่ชีวิตเลยรึเปล่า ในบทความนี้เราจะได้รู้กันครับ และนอกจากนี้ผมจะพูดถึงเนื้อหาที่มีความเกี่ยวข้องกับนิ่วในไตด้วย ซึ่งอาจเป็นส่วนช่วยให้ผู้อ่านได้ประโยชน์ หรือเป็นความรู้ใหม่ๆ กลับไปอย่างแน่นอนครับ จะมีเนื้อหาอะไรบ้างนั้น มีด้งนี้ครับ


นิ่วในไตอันตรายไหม

นิ่วในไตอันตรายไหม

ในช่วกแรกเริ่มของการสะสมก้อนนิ่ว จะไม่แสดงอาการให้เห็นได้ชัด และนิ่วมักจะหลุดออกมาทางปัสสาวะได้เองภายใน 1-2 สัปดาห์ แต่อาจจะมีบ้างก้อนที่ไม่สามารถหลุดจากการปัสสาวะได้ หากอยู่แบบนี้นานๆ ก้อนนิ่วที่มีขนาดเล็กจะสะสมเป็นก้อนนิ่วขนาดใหญ่ได้เลย และนั้นจะเป็นอันตรายกับเราได้ แม้ว่าจะเป็นโรคอาจไม่ถึงแก่ชีวิตได้ แต่อาการเจ็บและทรมานน้อยคนที่จะทนได้ มาดูกันว่าจะมีอากรอะไรบ้าง มีดังนี้

  • อาการปวด
    จะเกิดขึ้นกับตำแหน่งของนิ่ว เช่น อุดที่ท่อไต  ปวดเสียดรุนแรง
  • ปัสสาวะออกน้อย
    ปัสสาวะไม่ออก จะปวดปัสสาวะอยู่ตลอดเวลา อาจทำให้เกิดการติดเชื้อได้ เป็นต้น
  • การติดเชื้อ
    เมื่อก้อนนิ่วไปอุดท่อปัสสาวะเป็นเวลานานๆ อาจทำให้เกิดการติดเชื้อได้ และจะกระจายเชื้อได้อย่างรวดเร็ว บางทีจะรุนแรงมากจะเข้าไปสู่กระแสเลือด 
  • ปัสสาวะเป็นเลือด
    เพราะก้อนนิ่วมีขนาดใหญ่เกินไป ทำให้ปัสสาวะไม่ออกจนเกิดบาดแผลข้างในได้ครับ จะมีลักษณะคล้ายกับน้ำล้างเนื้อ

ท่อไตอุดตันเสี่ยงติดเชื้อที่ไต

เมื่อมีก้อนนิ่วไปอุดตันท่อไต หรืออุดกั้นหลอดไตจะทำให้เกิดภาวะไตติดเชื้อ เพราะของเสียที่ได้รับไม่สามารถไหลผ่านหลอดไตได้ จึงทำให้เกิดการติดเชื้อแบคทีเรียเพิ่มจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ จะเป็นอันอันตรายต่อร่างกายของเราได้ โดยอาการของภาวะติดเชื้อที่ไตคล้ายกับอาการของภาวะนิ่วที่ไตแต่อาจจะมีอาการอื่นๆ ด้วยได้แก่

  • ท้องร่วง 
  • ปัสสาวะมีสีขุ่นและกลิ่นแรง
  • รู้สึกเหนื่อย และอ่อนแรง
  • มีไข้สูงกว่า 38 องศาเซลเซียส
  • มีอาการหนาวสั่น

ปัสสาวะเป็นเลือด

นิ่วในไตอันตรายไหม ปัสสาวะเป็นเลือดเกิดจากอะไร

โรคนิ่วนั้นจะแสดงอาการอยู่หลายอาการด้วยกัน บางอาการก็ไม่ร้ายแรงมากนัก สามารถขับนิ่วออกมาได้ง่ายๆ แต่สำหรับกรณีของ ปัสสาวะเป็นเลือด เป็นอาการที่ร้ายแรงจะเป็นอันตรายต่อร่างกายเป็นอย่างมาก ซึ่งเกิดจากก้อนนิ่วขนาดใหญ่หลุดออกมาพร้อมกับปัสสาวะ สามารถสังเกตุอาการได้คือ ปัสสาวะลำบาก และบ่อยมากขึ้น ปวดเอว ปวดท้องน้อย และอื่นๆ ภาวะปัสสาวะเป็นเลือดจะแบ่งเป็น 2 ชนิด มีดังนี้

  1. ชนิดแรก ปัสสาวะเป็นเลือดที่สามารถสังเกตุด้วยตาเปล่า อาจจะมองเป็นสีของปัสสาวะเปลี่ยนเป็นสีแดง ชมพู และจะเห็นเป็นสีดำคล้ำคล้ายๆ กับสีโค้ก
  1. ชนิดที่สอง ปัสสาวะที่มีเม็ดเลือดแดงปนอยู่ ตรวจพบได้จากกล้องจุลทรรศน์ ซึ่งเรามองปัสสาวะมีลักษณะเป็นปกติ หรือไม่สามารถสังเกตุเห็นด้วยตาเปล่าได้ยาก

นิ่วในไต ต้องระวังอาหารอะไรบ้าง

นิ่วในไตอันตรายไหม ไม่อยากเป็นนิ่ว ควรลดอาหารชนิดไหนบ้าง

สารอาหารจะมีอยู่มากมายให้เราได้บริโภคในแต่ละวัน สารอาหารบางชนิดก็เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย และบางชนิดจะเป็นโทษต่อร่างกายได้เช่นกัน แต่สำหรับโรคนิ่ว ถึงแม้สารอาหารนั้นจะเป็นประโยชน์ต่อร่างกายมากยังไง หากบริโภคมากจนเกินไป จะทำให้สารอาหารบางชนิดตกผลึก และจะสะสมกลายเป็นก้อนนิ่วได้เหมือนกันครับ ดังนั้นการบริโภคอาหารบางชนิดก็ควรบริโภคให้เพียงพอ เพื่อหลีกเลี่ยงการสะสมของก้อนนิ่วได้ครับ และอาหารที่ควรระวัง มีดังนี้

  • อาหารรสเค็ม เช่น เกลือ น้ำปลา และอื่นๆ
  • ลดการดื่มชา และน้ำอัดลม
  • ลดอาหารประเภทโปรตีนในปริมาณมากจนเกินไป เพราะจะเพิ่มการขับเกลือ แคลเซียม ยูริก และออกซาเลตได้
  • ลดอาการที่มีสารออกซาเลตสูง เช่น ถั่วเหลือง ช็อกโกแลต น้ำชา แครอท และอื่นๆ
  • ลดอาหารที่มีกรดยูริกสูง เช่นเนื้อสัตว์ เครื่องในของสัตว์ สาหร่าย และอื่นๆ
  • หากเป็นนิ่วชนิดกรดยูริกควรลดอาหารที่ให้สารพิวรีนสูง เช่น เครื่องในสัตว์ปีก เบียร์ ถั่ว
  • ถ้าต้องการกินวิตามิน หรืออาหารเสริมต่างๆ ควรได้รับคำปรึกษาจากแพทย์ก่อนน่ะครับ

ข้อห้ามในการสลายนิ่ว

นิ่วในไตอันตรายไหม ปัสสาวะบ่อย ปัสสาวะไม่ออก

สำหรับกลุ่มคนที่เป็นโรคนิ่วอยู่นั้น การสลายก้อนนิ่วนั้นจะเป็นเรื่องที่ดี เพื่อง่ายในการขับก้อนนิ่วออกจากร่างกาย แต่สำหรับกลุ่มคนบางกลุ่มก็ไม่ควรรับการรักษาโดยการสลายก้อนนิ่วในช่วงเวลานั้นได้ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อร่างกายและอาจร้ายแรงมากกว่าเดิมได้ครับ  งั้นเรามาดูกันดีกว่าครับ ว่าผู้ป่วยกลุ่มไหนบ้างที่ไม่ควรรับการรักษาโดยวิธีการสลายก้อนนิ่วได้ จะมีดังนี้ครับ

  • ผู้ป่วยที่กำลังตั้งครรภ์
  • ผู้ป่วยที่มีเส้นเลือดโป่งพองในช่องท้อง
  • ผู้ป่วยที่มีปัญหาการแข็งตัวของเลือด หรือได้รับยาต้านการแข็งตัวของเลือด
  • ผู้ป่วยที่มีความดันเลือดที่ไม่คงที่ หรือไม่สามารถควบคุมได้
  • ผู้ป่วยที่มีการอักเสบของทางเดินปัสสาวะ และไม่สามารถควบคุมได้
  • ผู้ป่วยที่มีภาวะอุดตันของทางเดินปัสสาวะในตำแหน่งที่ต่ำกว่าก้อนนิ่ว

ข้อห้ามเหล่านี้อยากให้สนใจด้วยน่ะครับ ซึ่งจะเป็นผลดีกับร่างกายของคุณได้ เพื่อไม่ให้อาการยิ่งแย่ไปกว่าเดิม แต่หากต้องการรักษานิ่วจริงๆ ก็ยังมีวิธีอื่นๆ ด้วย เช่น การทานยาสมุนไพร ก็เป็นอีกวิธีหนึ่งที่ช่วยขับก้อนนิ่วได้เช่นกัน แต่อย่างไรก็ตามก็ควรรับคำปรึกษาทางแพทย์ด้วยน่ะครับ

สรุป

อ่านจนจบแล้ว คงจะรู้ใช่ไหมครับว่า นิ่วในไตอันตรายไหม คุณคงจะได้คำตอบแล้วใช่ไหมครับ แต่สำหรับผมไม่ว่าก้อนนิ่วจะอันตราย หรือไม่เป็นอันตราย ก็ไม่อยากให้มันเกิดขึ้นกับร่างกายอยู่ดี เพราะจะเสี่ยงอย่างมาก หากเป็นผลที่ร่ายแรงขึ้นมา อาจทำให้การใช้ชีวิตในแต่ละวันเริ่มแย่ลงเรื่อยๆ ก็ได้ ดังนั้นก็ป้องกันไม่ให้เกิดขึ้นกับเราไว้ก่อนจะดีที่สุด หรือถ้ามีก้อนนิ่วในไตอยู่แล้ว ก็อยากให้รีบรักษาให้หายโดยเร็วที่สุด เพื่อไม่ให้ส่งผลที่ร้ายแรงตามมาได้ครับ

หวังว่าเนื้อหาคุณคงจะได้คำตอบที่ชัดเจนมากขึ้น และสามารถเป็นประโยชน์ให้กับคุณได้น่ะครับ หากมีอะไรที่ยังสงสัยอยู่ สามารถเข้ามาสอบถามมาได้ เรายินดีให้คำปรึกษาครับ


บทความแนะนำ
“ จะรู้ได้ยังไงว่า เราเป็นโรคนิ่วรึเปล่า ในบทความมีคำตอบให้คุณอย่างแน่น กับเรื่อง 9 อาการที่บ่งบอกว่าคุณเป็น นิ่วในไต มีวิธีป้องกัน และวิธีรักษาอะไรบ้าง ”
Posted on Leave a comment

9 อาการที่บ่งบอกว่าคุณเป็น นิ่วในไต มีวิธีป้องกัน และวิธีรักษาอะไรบ้าง

9 อาการที่บ่งบอกว่าคุณเป็น นิ่วในไต มีวิธีป้องกัน และวิธีรักษาอะไรบ้าง

ความเจ็บปวดที่เกิดจากก้อนนิ่ว มีอาการเจ็บปวดไม่น้อยเลย ยิ่งมีก้อนนิ่วขนาดใหญ่มาก ก็ยิ่งมีอาการเจ็บปวดมากขึ้น และเป็นอันตรายอย่างมาก แน่นอนว่าไม่มีใครตั้งใจให้เกิดขึ้นกับตัวเอง แต่บ้างครั้งเราก็ไม่สามารถหลีกเลี่ยงปัญหานี้ได้ ด้วยที่เราไม่รู้ต้นเหตุของการเกิดอาการนี้ นิ่วที่เกิดในไตจะส่งผลกระทบต่อระบบทางเดินปัสสาวะเป็นอย่างมาก ปัสสาวะไม่ออกบ้าง ปัสสาวะออกมาเป็นเลือดบ้าง และอื่นๆ อาการเหล่านี้จะเป็นอันตรายอย่างมากครับ

ในวันนี้ผมจะมาพูดถึง 9 อาการที่บ่งบอกว่าคุณเป็น นิ่วในไต มีอาการแบบไหนบ้าง มีแนวทางการป้องกันอย่างไร และถ้าเป็นนิ่วแล้วจะรักษาได้ด้วยวิธีไหนถึงได้ผลที่ดี และมีความปลอดภัยกับเรามากที่สุด จะเป็นอย่างไนบ้างนั้น มาดูกันครับ


นิ่วเกิดขึ้นได้อย่างไร

นิ่วเกิดจากการรวมตัวกันของผลึกของเกลือแร่หรือ หินปูนเป็นก้อนๆ ซึ่งไปอุดตันตามที่ต่างๆ ในทางเดินปัสสาวะ ทำให้มีอาการปัสสาวะติดขัด ในช่วงแรกๆ ของการสะสมก้อนนิ่วจะมีขนาดเล็ก ไม่ส่งผลอันตรายกับร่างกายเรามากนัก   แต่เมื่อปล่อยให้สะสมเป็นเวลานานก็ยิ่งทำให้ก่อนนิ่วมีขนาดที่ใหญ่ขึ้นจะเป็นอันตรายกันร่างกายของเราอย่างแน่นอน การเกิดโรคนิ่ว เราสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 กลุ่มคือ เกิดจากกรรมพันธุ์ และสภาพแวดล้อม


เกิดจากกรรมพันธุ์

คงตกใจกันไม่น้อยเลยว่า โรคนิ่วเกิดจากกรรมพันธุ์เช่นเดียวกันกับโรคอื่นๆ นั้นก็เป็นเพราะว่าความผิดปกติของยีนที่เกี่ยวข้องกับการย่อยโปรตีนทำให้เกิดกรดยูกริกตกค้างในร่างกาย ซึ่งอาจเกิดจากความบกพร่องของยีนที่ทำงานสัมพันธ์กับการดูดซึมสารออกซาเลตในร่างกาย อาจส่งผลลูกๆ ได้รับผลกระทบส่วนนี้ได้

สภาพแวดล้อม

จะเกิดขึ้นหลายๆ สาเหตุด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็น ดื่มน้ำน้อยเกินไป น้ำหนักมากเกินไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งการบริโภคอาหารที่ก่อให้เกิดก้อนนิ่ว เช่น อาหารทะเล ช็อกโกแลต ยอดผัก ชา และอื่นๆ อีกมากมาย

ชนิดของนิ่วที่เกิดในไต

เคยสังเกตุเห็นหรือไม่ว่า ก้อนนิ่วที่อยู่ในไตจะมีลักษณะที่แตกต่างกัน ซึ่งก็หมายความว่า ก้อนนิ่วนั้นจะมีชนิดที่แตกต่างนั้นเองครับ แต่ละชนิดที่มีการรวมกันกลายเป็นก้อนนิ่วนั้น ก็เกิดจากสารอาหารที่เราได้รับประทานเข้า ทำให้ตกผลึกจนเป็นก้อนนิ่วขึ้นมา และก้อนนิ่วจะมีองค์ประกอบหลักๆ 2 ส่วนคือ ส่วนที่เป็นแร่ธาตุ และส่วนที่เป็นสารอินทรีย์

นิ่วในไต มีกี่ชนิด
นิ่วในไต มีกี่ประเภท
  • ส่วนที่เป็นแร่ธาตุ จะประกอบไปด้วย ได้แก่ แคลเซียม ออกซาเลต ฟอสเฟต และยูริก เป็นต้น
  • ส่วนที่เป็นสารอินทรีย์ มีประมาณ 5-10% เป็นสารโมเลกุลใหญ่ที่พบในปัสสาวะ ได้แก่ โปรตีน ไขมัน และคาร์โบไฮเดรต เป็นต้น

นอกจากนี้ก็ยังพบนิ่วได้หลายชนิดปะปนกันอยู่ เราสามารถแบ่งได้ดังนี้

  • นิ่วชนิดที่เกิดจากแคลเซียม หรือ นิ่วแคลเซียมออกซาเลต (Calcium oxalate stones) จะเป็นชนิดที่พบได้บ่อยที่สุดประมาณ 75-80% ของนิ่วในไตทั้งหมด
  • นิ่วชนิดที่เกิดจากการติดเชื้อในไต หรือ นิ่วสตรูไวท์ (Struvite stones)  จะ พบได้ประมาณ 15% ของนิ่วในไตทั้งหมด
  • นิ่วชนิดที่เกิดจากกรดยูริก (Uric acid) หรือ นิ่วกรดยูริก (Uric acid stones) จะพบได้ประมาณ 6% ของนิ่วในไตทั้งหมด
  • นิ่วชนิดที่เกิดจากสารซีสทีน (Cystine) หรือ นิ่วซีสทีน (Cystine stones) จะพบได้ประมาณ 2% ของนิ่วในไตทั้งหมด

นิ่วในไตสังเกตุเห็นได้ 9 อาการ

นิ่วในไต มีอาการอย่างไรบ้าง

ก้อนนิ่วที่มีขนาดเล็กอาจไม่ส่งผลกระทบร้ายแรงต่อร่างกายของเรามากนัก แต่ไม่ควรปล่อยเรื่องนี้โดยไม่ใส่ใจอะไรเลย เพราะร่างกายจะได้รับอันตรายได้ก็ต่อเมื่อมีก้อนนิ่วขนาดใหญ่อยู่ในร่างกายเรา ซึ่งสามารถเกิดขึ้นได้หากปล่อยให้ก้อนนิ่วมีการสะสมเป็นเวลานาน

คุณเคยสังเกตุอาการที่บ่งบอกว่าคุณเป็นนิ่วบ้างหรือไม่ ถ้าหากไม่รู้เลยว่าอาการของนิ่วเป็นยังไง คุณสามารถสังเกตุอาการได้ดังนี้

  1. ปวดบริเวณหลัง หรือช่องท้องส่วนด้านล่าง  จะเจ็บปวดข้างใดข้างหนึ่ง
  1. มีอาการปวดบีบเป็นระยะ ซึ่งจะมีอาการรุนแรงเป็นช่วงๆ ในบริเวณนั้น
  1. ปัสสาวะน้อย เพราะก้อนนิ่วไปอุดช่องทางเดินปัสสาวะของเรา
  1. ปัสสาวะรู้สึกเจ็บ เมื่อก้อนนิ่วไปอุดทางเดินปัสสาวะ ก็จะมีอาการปวดทันที ยิ่งมีก้อนนิ่วขนาดใหญ่มากเท่าไร ก็ยิ่งเจ็บปวดมาขึ้น
  1. รู้สึกปวดปัสสาวะบ่อย เพราะเราปัสสาวะออกมาน้อย ทำให้ปัสสาวะในแต่ละครั้งจะออกมาไม่หมด
  1. ปัสสาวะออกมาเป็นเลือด เนื่องจากมีก้อนนิ่วขนาดใหญ่อยู่ในร่างกายเรา
  1. ปัสสาวะออกมามีกลิ่นและขุ่น เพราะปัสสาวะออกมาไม่หมด อาจทำให้เกิดการสะสมของเชื้อโรคเป็นจำนวนมาก และอาจเสี่ยงการเกิดโรคได้ด้วย
  1. คลื่นไส้ อาเจียน เมื่อมีก้อนนิ่วไปอุดทางเดินปัสสาวะ จะเกิดการสะสมของเชื้อโรคได้
  1. หนาวสั่น เป็นไข้ เช่นเดียวกันกับของอาการคลื่นไส้ หากระบบปัสสาวะไม่สามารถทำงานปกติได้ ก็อาจทำให้เกิดเป็นไข้ได้

มีวิธีป้องกันอะไรบ้าง

ก้อนนิ่วจะเกิดจากการรวมตัวกันของผลึกของเกลือแร่ หรือหินปูน ซึ่งมาจากสารอาหารต่างๆ ที่เรารับประทานเข้าไป สารอาหารบางชนิดมีประโยชน์ต่อร่างกาย และบางชนิดก็นำอันตรายต่อร่างกายเราได้ การรวมตัวกันก้อนนิ่ว ก็เป็นหนึ่งในนั้น ดังนั้นก่อนจะรับประทานอะไรเข้าไป ต้องคำนึงผลที่จะตามมาด้วยน่ะครับ เราดูกันว่าอะไรบ้างที่ช่วยป้องกันจากก้อนนิ่วได้ มีดังนี้

  • พยายามหลีกเลี่ยงการรับประทานสารอาหารที่ไม่ก่อให้เกิดก้อนนิ่ว
  • ให้ดื่มน้ำให้มาก อย่างน้อยวันละ 8 แก้ว ยิ่งปัสสาวะบ่อยมากเท่าไรก็ยิ่งดี
  • น้ำมะนาวจะเป็นส่วนช่วยป้องกันก้อนนิ่วได้ ให้ดื่มวันละแก้ว
  • ผลไม้ก็มีส่วนช่วยป้องกันเหมือนกัน เช่น แอปเปิ้ล น้ำองุ่น  เป็นต้น
  • ควรหลีกเลี่ยงการดื่มน้ำอัดลมให้มากที่สุด

การรักษานิ่ว

นิ่วในไต รักษาได้ด้วยวิธีไหนบ้าง

ปัจจุบันการรักษานิ่วก็มีอยู่หลายวิธี แต่จะให้ก้อนนิ่วออกมาไม่ใช่เรื่องง่ายเลย บางวิธีก็มีความเสี่ยงอยู่เหมือนกัน ซึ่งเป็นวิธีที่ทุกคนรู้จักเป็นอย่างดีก็คือ การผ่าตัดเอาก้อนนิ้วออก หลายๆ คนต่างไม่อยากจะผ่าตัดเลย เพราะมีความเสี่ยงมากกว่าวิธีอื่นๆ ดังนั้นในวันนี้เราดูกันครับว่า มีวิธีรักษาแบบไหนบ้าง ที่ปลอดภัย และสามารถนำก้อนนิ่วในร่างกายออกได้ มีดังนี้

  • การส่องกล้องผ่านท่อปัสสาวะ
    เป็นวิธีการตรวจดูด้านในกระเพาะปัสสาวะ และท่อปัสสาวะ เพื่อยืนยันตำแหน่งของก้อนนิ่ว แล้ววินิจฉัยว่าจะแก้ปัญหาได้อย่างไรที่จะนำก้อนนิ่วออกมา และทำให้ผู้ป่วยปลอดภัยมากที่สุด ซึ่งจะใช้เวลาประมาณ 15 – 30 นาที
  • การรักษาด้วยคลื่นกระแทก
    เป็นวิธีการรักษาที่ทันสมัย โดยใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วย ทำให้การสลายนิ่วเป็นเรื่องที่ง่ายขึ้น เพราะใช้คลื่นเสียงทำให้เกิดแรงกระแทกไปที่ก้อนนิ่วจนแตกเป็นชิ้นเล็กๆ และหลุดออกมาเวลาปัสสาวะนั้นเองครับ ใช้เวลาประมาณ 1 ชม. 30 นาที
  • การรักษาด้วยการผ่าตัด
    เป็นวิธีที่ความส่วนใหญ๋มักกลัวกัน เพราะมีความเสี่ยงมากกว่าวิธีอื่นๆ ซึ่งวิธีนี้มักจะใช้เวลาตรวจพบก้อนนิ่วที่มีขนาดใหญ่ครับ
  • การรักษานิ่วด้วยสมุนไพร
    ก็ยังมีอีกหลายๆ คนที่ไม่รู้ว่า ยาสมุนไพรสามารถช่วยรักษาโรคนิ่วได้จริง โดยเฉพาะ ยาสมุนไพรธนทร เป็นสมุนไพรที่จะเน้นการรักษาโรคนิ่วเป็นส่วนใหญ่ มีลูกค้าหลายรายที่บอกมาว่าหลังจากได้กินยาสมุนไพรธนทรเข้าไปแล้ว ก้อนนิ่วก็เริ่มหลุดออกมาง่ายๆ จนมีอาการที่ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด และไม่มีผลข้างเคียงอีกด้วยครับ ปลอดภัย 100%

สรุป

มาถึงจุดนี้แล้วคงจะรู้กันแล้วใช่ไหมครับว่า 9 อาการที่บ่งบอกว่าคุณเป็น นิ่วในไต มีอาการอะไรบ้าง เพื่อสังเกตุอาการต่างๆ ว่าเป็นโรคนิ่วจริงๆ รึเปล่า แต่ถึงจะเป็นโรคนิ่วจริงๆ ก็สามารถเข้าไปรักษาในแบบวิธีต่างๆ ได้ การรักษาที่ผมได้บอกไปนั้นสามารถรักษานิ่วได้จริง และสำหรับไม่ได้เป็นโรคนิ่วนั้น ก็สามารถใช้วิธีป้องกัน เพื่อหลีกเลี่ยงการเกิดโรคนิ่วกับเราได้ วิธีที่ผมได้บอกไปนั้นก็ทำได้ไม่ยากเลยครับ

สุดท้ายนี้ หวังว่าเนื้อหาที่เตรียมไว้นี้ สามารถเป็นประโยชน์กับตัวคุณได้น่ะครับ หากมีอะไรที่ยังสงสัยอยู่สามารถเข้ามาสอบถามได้น่ะครับ เรายินดีให้คำปรึกษา 

บทความแนะนำ
“ รักษานิ่วราคาถูกๆ ปลอดภัย รักษาได้จริง จะต้องรักษาที่ไหน การสลายนิ่วโดยไม่ต้องผ่าตัด สิ่งนี้สามารถช่วยคุณได้อย่างแน่นอน ”
Posted on Leave a comment

เป็นนิ่วรักษายังไง ? ผ่าตัดนิ่วในถุงน้ำดี ดีไหม? 4 วิธีรักษานิ่ว !

สมุนไพร,ธนทร,นิ่ว,นิ่วในไต,นิ่วในกระเพาะปัสสาวะ,รักษานิ่ว,ปัสสาวะขัด,ยาน้ำ, วิธีรักษานิ่ว

หากพูดเรื่อง นิ่ว เราจะคุ้นหูกันดีเลย เพราะเป็นโรคที่เกิดขึ้นได้บ่อยมากในประเทศไทยเรา เป็นโรคที่มีอันตรายไม่แพ้โรคชนิดอื่นๆ เลย ด้วยอาการเจ็บปวดที่ไม่มีใครทนรับได้ไหว จำเป็นที่ต้องรับการรักษาโดยด่วน เพื่อไม่ให้ร่างกายมีอาการที่แย่ไปกว่าเดิม  และสิ่งที่ก่อให้เกิดก้อนนิ่วขึ้นมานั้นจะมีอยู่หลายสาเหตุด้วยกัน แต่สาเหตุหลักๆ ที่เกิดบ่อยมากนั้น คือการตกผลึกของหินปูน หรือเกลือแร่ในร่างกายเราจะมีหลายชนิด อาทิเช่น แคลเซียม ฟอสเฟต กรดยูริค เป็นต้น

และอาการนิ่ว สามารถเกิดขึ้นที่อวัยวะส่วนต่างๆ หลายส่วนด้วยกัน เช่น นิ่วในถุงน้ำดี นิ่วในต่อมน้ำลาย และนิ่วในระบบทางเดินปัสสาวะ จะประกอบไปด้วยนิ่วในไต นิ่วในท่อไต นิ่วในท่อปัสสาวะ และนิ่วในท่อปัสสาวะ การที่เกิดได้หลายส่วน จึงจำเป็นต้องหาวิธีรักษา ทราบหรือไม่ว่าหาก เป็นนิ่วรักษายังไง ผ่าตัดนิ่วในถุงน้ำดี จะดีไหม ? เรามี 4 วิธีการรักาษานิ่ว ที่สามารถรักษานิ่วที่ได้ผลจริง จะมีวิธีไหนบ้างมีดังนี้





การส่องกล้องผ่านท่อปัสสาวะ

วิธีรักษานิ่ว การส่องกล้องผ่านท่อปัสสาวะ

เป็นการตรวจเพื่อดูด้านในกระเพาะปัสสาวะ และท่อปัสสาวะ ทำให้แพทย์สามารถมองเห็นเนื้อเยื่อที่อยู่ในทางเดินปัสสาวะ โดยแพทย์จะใช้เครื่องมือที่มีลักษณ์เป็นท่อยาวมักล้องพร้อมไฟส่องที่อยู่ปลายท่อ เรียกว่า cystoscope จะสอดผ่านท่อปัสสาวะเข้าไปยังกระเพาะปัสสาวะเพื่อวินิจฉัย หรือแก้ไขปัญหาของระบบทางเดินปัสสาวะ

ก่อนจะทำการส่องกล้องนั้น ต้องมีการเตรียมตัวก่อน โดยผู้ป่วยอาจได้รับยาปฏิชีวนะ เพื่อลดความเสี่ยงต่อการติดเชื้อจากการส่องกล้อง และต้องถ่ายปัสสาวะที่ยังคั่งค้างอยู่ออกให้หมดก่อน หลังจากนั้นผู้ป่วยต้องรับยาที่สามารถระงับความเจ็บปวด จะเป็นยาสลบ หรือเป็นยาชา แล้วจะเริ่มขั้นตอนการส่องกล้อง

ขั้นตอนการสอดกล้องผ่านไปยังท่อปัสสาวะ จะใช้อุปกรณ์ที่ได้กล่าวข้างต้น โดยแพทย์จะใช้น้ำเกลือ หรือสารละลายปรอดเชื้อ เข้าไปในกระเพาะปัสสาวะ เพื่อให้โป่งออก ถึงจะเห็นภาพได้อย่างชัดเจนมากขึ้น หากผู้ป่วยรู้สึกอยากถ่ายปัสสาวะ ก็ต้องรอจนกว่าจะตรวจให้เรียบร้อยก่อน ถึงจะสามารถถ่ายปัสสาวะได้ ซึ่งจะใช้เวลาประมาณ  15 – 30 นาที ครับ 

การสลายนิ่วด้วยคลื่นกระแทก

การสลายนิ่วด้วยคลื่นกระแทก เป็นการใช้คลื่นเสียงความถี่ต่ำที่มีพลังงาานสูงจะส่งผ่านผิวหนัง เพื่อให้ก้อนนิ่วแตกสลายเป็นชิ้นเล็กๆ จนกลายเป็นผงแล้วจะหลุดไหลออกมาพร้อมกับปัสสาวะ ซึ่งเป็นวิธีที่ใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วย สามารถลดความเสี่ยงต่างๆ ได้มากเลย เป็นวิธีที่ไม่มีการรุกล้ำร่างกายของผู้ป่วย และไม่เกิดบาดแผลหลังจากรักษาเรียบร้อยด้วยครับ

การรักษาโดยใช้คลื่นกระแทกนั้น ส่วนใหญ่จะใช้รักษานิ่วในระบบทางเดินปัสสาวะ เช่น นิ่วในไต นิ่วในท่อไต นิ่วในท่อปัสสาวะ และนิ่วในท่อปัสสาวะ เมื่อแพทย์ทำการตรวจแล้วผลที่ออกมาสมควรที่ต้องรับการรักษา เช่น ตำแหน่งและขนาดของนิ่ว ความแข็งนิ่ว เกิดการอักเสบ หรือมีอาการบวมของไต เป็นต้น จึงสามารถรักษาโดยใช้คลื่นกระแทก เพื่อสลายก้อนนิ่วกลายเป็นชิ้นเล็กๆ หรือจนกลายเป็นผง

ขั้นตอนการรักษา ต้องทำเช็คร่างกายของผุ้ป่วยให้พร้อมก่อน จากนั้นแพทย์จะให้ยาเพื่อให้ผู้ป่วยอยู่ในสภาวะที่สงบ หรือใช้ยาชา ก่อนรับการรักษาในการใช้คลื่นกระแทก หลังจากนั้นก็เริ่มใช้เครื่องตรวจเอกซเรย์ เพื่อค้นหาตำแหน่งของก้อนนิ่วได้แบบ real-time แล้วทำการแสดงตำแหน่งขอก้อนนิ่วบนจอภาพ แล้วใช้คลื่นกระแทก ซึ่งจะยิงคลื่นกระแทกจำนวนช็อตประมาณ 8,000 – 10,000 ช็อต จนก้อนนิ่วแตกสลายไป ซึ่งใช้เวลาไปประมาณ 1 ชม. 30 นาที

การผ่าตัดเอาก้อนนิ่วออก

หากผู้ป่วยได้ตรวจ หรือวินิจฉัยแล้ว พบว่าอาการปวดบีบรัดอย่างรุนแรง ก้อนนิ่วในท่อไต หรือกรวยไตมีขนาดใหญ่กว่า  1 เซนติเมตร ไตและท่อไตมีภาวะบวมน้ำ เป็นต้น หากมีอาการเหล่านี้ก็จะทำการผ่าตัดได้ การผ่าตัดก็จะมีการผ่าตัดแบบเปิดหน้าท้อง และการเจาะรูส่องกล้องผ่านผิวหนัง

วิธีรักษานิ่ว การผ่าตัดเอาก้อนนิ่วออก

แต่ปัจจุบันนี้นิยมผ่าตัดแบบเจาะรูส่องกล้อง ซึ่งมีความเสี่ยงน้อยกว่าการผ่าตัดแบบเปิดหน้าท้อง โดยใช้วิธีการเจาะรูเล็กๆ เพียงรูเดียวที่บริเวณหลังของผู้ป่วย ทะลุจากผิวหนังเข้าไปในกรวยไต แพทย์จะทำให้นิ่วแตกออกเป็นขนาดเล็ก แล้วอาศัยเครื่องมือที่ทันสมัย แล้วคีบเอานิ่วออกมาผ่านทางรูเดียวกัน วิธีการผ่าตัดเป็นวิธีที่เสี่ยงกว่าวิธีอื่นๆ หรือจะเกิดข้อผิดพลาดได้มากกว่านั้นเองครับ

สลายนิ่วถุงน้ำดี ด้วยสมุนไพร

จากข้อมูลบ้างแห่งจะให้ข้อมูลมาว่า การทานยาสลายนิ่วจะหายได้เฉพาะบ้างคนเท่านั้น ทำให้คนส่วนใหญ่จะมองข้ามในส่วนของการใช้ยาสลายนิ่ว จึงเป็นวิธีที่ไม่ได้รับความนิยมมากเท่าไร แต่รู้หรือไม่ว่า ยาสมุนไพรธนทร สามารถสลายนิ่วได้จริง เพราะเป็นยาที่สกัดจากสมุนไพรชั้นเลิศหลายชนิด ส่วนใหญ่จะมีสรรพคุณบำรุงไต และถุงน้ำดี ไม่ว่าจะเป็นนิ่วในถุงน้ำดี หรือนิ่วในท่อไต ก็สามารถสลายก้อนนิ่วได้ เพียงทานยา เป็นเวลาติดต่อกันเพียง 1 สัปดาห์ ก้อนนิ่วสามารถขับถ่ายออกมาอย่างง่ายดาย

วิธีรักษานิ่ว สลายนิ่วถุงน้ำดี ด้วยสมุนไพร

จากที่เราได้เฝ้าติดตามลูกค้าส่วนใหญ่ที่มีปัญหาเรื่องก้อนนิ่ว และได้ทานยาสมุนไพรธนทร เพียง 1 สัปดาห์ ก้อนนิ่วเริ่มหลุดออกมาเป็นก้อนๆ อาการก็เริ่มดีขึ้น เราเลยมีความมั่นใจมากขึ้น ที่อยากให้คนที่มีปัญหาเรื่องก้อนนิ่ว ได้ทานยาสมุนไพรชนิดนี้ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งทางเลือก สำหรับคนที่กลัวการผ่าตัดเอาก้อนนิ่วออก ลองทานยาสมุนไพรก่อนก็ไม่เสียหาย คุ้มค่าอย่างแน่นอนครับ

สิ่งที่ทำการรักษานิ่วเป็นเรื่องยุ่งยาก

  • ขนาดของนิ่ว หากตรวจสอบพบว่าก้อนนิ่วมีขนาดใหญ่กว่า 3 ซม. จะเป็นเรื่องยากที่จะขับก้อนนิ่วออกมา จึงต้องทำการสลายนิ่วเป็นชิ้นเล็กๆ ก่อน
  • ความแข็งของก้อนนิ่ว เมื่อมีก้อนนิ่วที่แข็ง ทำให็เป็นเรื่องยากที่จะสลายนิ่ว บางครั้งผู้ป่วยจะได้รับความเจ็บปวดเป็นอย่างมาก 
  • รูปทรงหรือลักษณะของก้อนนิ่ว ที่ไม่ใช่ทรงกลม การขับถ่ายนิ่ว หรือการผ่าตัดนิ่ว จะเป็นปัญหาในการรักษาได้มาก อย่างเช่น มีรูปทรงกรวย ซึ่งทำให้ก่อนนิ่วติดกับอวัยวะในร่างกาย จะนำออกร่างกายได้ยาก
  • ไม่ปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์ จะทำให้การสลายนิ่วได้ช้าลง หรืออาจไม่ได้ผลเลย

สรุป

โรคนิ่ว เป็นโรคที่ทีความอันตรายก็จริง แต่สามารถทำให้เป็นเรื่องหายกังวลได้ หากเฝ้าสังเกตุอาการได้ทันเวลา และเมื่อรู้ตัวว่ามีก้อนนิ่วในร่างกายเราควรรีบหาวิธีรักษานิ่วที่ถูกต้อง ถึงจะสามารถลดการสะสมของก่อนนิ่วได้ และลดการติดเชื้อต่างๆได้ เมื่อ ทั้ง 4 วิธีการรักษานิ่ว นี้จะสามารถช่วยรักษาก้อนิ่วได้ เพื่อเลือกวิธีการรักษาที่เหมาะที่สุด และคุ้มค่าที่สุด หวังว่าเนื้อที่เตรียมไว้นี้สามารถเป็นประโยชน์ ในการรักษานิ่ว ด้วย 4 วิธีที่ได้เตรียมมานี้ หากมีส่วนไหนที่ยังส่งสัยอยู่สามารถเข้ามาสอบถามได้เลยครับ ยินให้คำปรึกษา

บทความแนะนำ
“ มีโรคนิ่วเป็นใครก็ต้องกังวล เนื่องจากอาการเจ็บปวดที่รุนแรง ที่ไม่สามารถทนได้ และกลัวต้องผ่าตัด เรามีวิธีที่สามารถ สลายนิ่วโดยไม่ผ่าตัดเลย